<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>Bicycle Culture</title>
	<atom:link href="http://bicycleculture.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://bicycleculture.wordpress.com</link>
	<description>Just another WordPress.com weblog</description>
	<lastBuildDate>Thu, 08 Jan 2009 04:52:36 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='bicycleculture.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://s2.wp.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>Bicycle Culture</title>
		<link>http://bicycleculture.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://bicycleculture.wordpress.com/osd.xml" title="Bicycle Culture" />
	<atom:link rel='hub' href='http://bicycleculture.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>Critical Mass เส้นทางการปฏิวัติสังคม</title>
		<link>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/08/critical-mass-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/08/critical-mass-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 08 Jan 2009 03:27:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bicycleculture</dc:creator>
				<category><![CDATA[All]]></category>
		<category><![CDATA[จักรยาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[ประท้วง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bicycleculture.wordpress.com/?p=113</guid>
		<description><![CDATA[Critical Mass ปกติจัดขึ้นทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ในเมืองต่างๆรอบโลก คนปั่นจักรยาน, skateboard, inline skaters, roller skaters และภาหนะที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง (ไม่มีเครื่องยนต์) วิ่งบนถนนในเมืองเป็นกลุ่มใหญ่ เหตุผลเริ่มแรก คนใช้จักรยานต้องการให้ตระหนักถึงเมืองที่ไม่เป็นมิตรต่อคนใช้จักรยาน โครงสร้างที่ไม่มีผู้นำของCritical Mass เป็นไปไม่ได้ที่จะกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน อันที่จริงเป้าหมายอย่างไม่เป็นทางการของ Critical Mass คือการรวมกลุ่มกันโดยกำหนดสถานที่ เวลา และการเดินทางเป็นกลุ่มผ่านถนนในเมือง นักปั่น Critical Mass ก่อตัวขึ้นมาเองโดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า ไม่มีการแข่งขัน ดำเนินงานอย่างกระจัดกระจายและการตัดสินใจที่ไม่เป็นทางการ มีผู้นำกลุ่มที่เป็นอิสระ บ่อยครั้งไม่มีการขออนุญาติล่วงหน้า และการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากเทศบาลเมือง โดยทั่วไปเพียงแค่การนัดหมายสถานที่, วันและเวลาที่กำหนด ในบางเมือง เส้นทาง,จุดสิ้นสุดหรือสถานที่สำคัญระหว่างทาง อาจวางแผนกันเฉพาะหน้า ผู้เข้าร่วมมีเป้าหมายแตกต่างกัน เช่นร่วมแสดงถึงทางเลือกในการสัญจรโดยใช้จักรยาน และความสนุกสนานในช่วงเวลาที่ไม่มีรถบนถนน การปั่น Critical Massถูกรับรู้เป็นเช่นกิจกรรมการประท้วง บทความนิตยสาร New Yorker ปี2006 อธิบายกิจกรรม Critical MassในNew Yorkว่า &#8220;การปั่นประท้วงประจำเดือน&#8221;และลักษณของ Critical Massเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวทางสังคม, [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=113&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-114" title="untitled-02" src="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/untitled-02.jpg?w=510" alt="untitled-02"   /></p>
<p><span style="color:#616161;">Critical Mass ปกติจัดขึ้นทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ในเมืองต่างๆรอบโลก คนปั่นจักรยาน, skateboard, inline skaters, roller skaters และภาหนะที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง (ไม่มีเครื่องยนต์) วิ่งบนถนนในเมืองเป็นกลุ่มใหญ่ เหตุผลเริ่มแรก คนใช้จักรยานต้องการให้ตระหนักถึงเมืองที่ไม่เป็นมิตรต่อคนใช้จักรยาน โครงสร้างที่ไม่มีผู้นำของCritical Mass เป็นไปไม่ได้ที่จะกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน อันที่จริงเป้าหมายอย่างไม่เป็นทางการของ Critical Mass คือการรวมกลุ่มกันโดยกำหนดสถานที่ เวลา และการเดินทางเป็นกลุ่มผ่านถนนในเมือง</span></p>
<p><span style="color:#616161;">นักปั่น Critical Mass ก่อตัวขึ้นมาเองโดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า ไม่มีการแข่งขัน ดำเนินงานอย่างกระจัดกระจายและการตัดสินใจที่ไม่เป็นทางการ มีผู้นำกลุ่มที่เป็นอิสระ บ่อยครั้งไม่มีการขออนุญาติล่วงหน้า และการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากเทศบาลเมือง โดยทั่วไปเพียงแค่การนัดหมายสถานที่, วันและเวลาที่กำหนด ในบางเมือง เส้นทาง,จุดสิ้นสุดหรือสถานที่สำคัญระหว่างทาง อาจวางแผนกันเฉพาะหน้า ผู้เข้าร่วมมีเป้าหมายแตกต่างกัน เช่นร่วมแสดงถึงทางเลือกในการสัญจรโดยใช้จักรยาน และความสนุกสนานในช่วงเวลาที่ไม่มีรถบนถนน การปั่น Critical Massถูกรับรู้เป็นเช่นกิจกรรมการประท้วง บทความนิตยสาร New Yorker ปี2006 อธิบายกิจกรรม Critical MassในNew Yorkว่า &#8220;การปั่นประท้วงประจำเดือน&#8221;และลักษณของ Critical Massเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวทางสังคม, UK e-zine Urban75 ในLondonอธิบายว่า &#8220;การประท้วงประจำเดือนโดยนักปั่นเพื่อเรียกร้องถนนคืนของLondon&#8221;อย่างไรก็ดี ผู้เข้าร่วม Critical Massยืนยันว่าเหตุการนี้ควรถูกมองว่าเป็น การพบปะสังสรรค์และการรวมกลุ่มที่เป็นไปเองโดยธรรมชาติ ไม่ใช่การประท้วงหรือการเดินขบวนที่ถูกจัดการ ท่าทีของ Critical Massนี้นำไปสู่การโต้แย้ง ความถูกต้องทางกฎหมายว่าเหตุการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นโดยไม่ต้องขออนุญาติ ตำรวจท้องที่ การปั่น Critical Massในเมืองเล็กๆทุกเดือนอาจมีคนมาร่วมน้อยกว่า20คนขณะเดียวกันเหตุการณ์ ใหญ่ที่สุดการปั่น Critical MassในBudapest, Hungary ที่จัด2วันต่อปี 22 กันยายน (International Car Free Day) และ22เมษายน (Earth Day)มีคนใช้จักรยานเข้าร่วมกว่าหมื่นคน 22เมษายน 2007 ผู้เข้าร่วมที่Budapestประมาณการว่า 50,000คน</span></p>
<p><span style="color:#616161;">การปั่น Critical Massครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ 25 กันยายน 1992 เวลา6โมงเย็นในSan Francisco เหตุการณ์นี้รู้จักกันว่าคือ &#8220;Commute Clot&#8221;(การรวมกลุ่มเดินทาง)ประกอบไปด้วยคนใช้จักรยานราว20คนที่ได้รับใบปลิว ตามท้องถนน เวลาไล่ๆกันหลังจากนั้นผู้เข้าร่วมบางคนในการปั่น ได้จัดฉายสารคดีของTed White &#8220;Return of the Scorcher&#8221; เป็นเรื่องเกี่ยวกับวัฒนธรรมจักรยานในประเทศต่างๆ ในภาพยนต์ บันทึกของGeorg Bliss นักออกแบบรถยนต์ของอเมริกาและรถสามล้อถีบ กล่าวว่าในเมืองจีนทั้งคนขับรถและคนขี่จักรยานต่างเข้าใจในระบบวิธีการต่อ รองการข้ามแยกที่ไม่มีสัญญาณไฟจารจร การจารจรจะอัดแน่นที่ทางแยกจนกระทั่งถึงจุด &#8220;Critical Mass&#8221; ณ.จุดนั้นกลุ่มยานพาหนะ(Mass)จะเคลื่อนผ่านทางแยก Dave Snyder ประยุกต์คำศัพท์จากภาพยนต์ไปสู่การปั่นจักรยานและเป็นชื่อที่ถูกนำไปแทนที่ &#8220;Commute Clot&#8221; ในเหตุการณ์การปั่นครั้งที่2 ในการปั่นครั้งที่4จำนวนนักปั่นเพิ่มขึ้นราว100คนและผู้เข้าร่วมเติบโตอย่าง ต่อเนื่องอย่างไม่น่าเชื่อขึ้นไปถึง1,000คนโดยเฉลี่ยต่อครั้งชื่อCritical Massถูกรับเอาไปใช้ทั่วไปโดยผู้เข้าร่วม การปั่นเป็นกลุ่มถูกเริ่มต้นในหลายๆสถานที่รอบโลกในเวลาเดียวกันหรือมันมี อยู่แล้วก่อนปี1992ในชื่ออื่น ปัจจุบันประมาณกันว่ามีการปั่นแบบCritical Massมากกว่า325เมือง &#8220;Masser&#8221;บางครั้งใช้เรียกผู้ที่เข้าร่วมเป็นประจำ</span></p>
<p><span style="color:#616161;">Critical Massต่างจากการเคลื่อนไหวทางสังคมอื่นๆ ลำดับชั้นโครงสร้างของCritical Massอาจเรียกได้ว่า &#8220;ความบังเอิญที่ถูกจัดการ&#8221;(Organized Coincidence) ไม่มีผู้นำหรือสมาชิกเส้นทางการปั่นบางครั้งตัดสินใจโดยฉับพลันโดยใครก็ตาม ที่อยู่ด้านหน้าในการปั่น ณ.ตอนนั้น บางครั้งตัดสินใจโดยการโหวตแนะนำเส้นทาง หลายครั้งใช้ถ่ายเอกสารแจกจ่ายอธิบายวิธีการ เส้นทางทุกๆคนสามารถแสดงความคิดเห็นทำแผนที่ของตัวเองและแจกจ่ายมันให้นัก ปั่นที่มาร่วมในกลุ่ม จนกระทั่งเส้นทางการปั่นถูกตัดสินใจโดยคนส่วนใหญ่ ธรรมชาติของการไร้การจัดการทำให้รอดพ้นการหยุดยั้งของเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่ง เห็นว่าการปั่นนี้เป็นขบวนพาเหรดหรือการประท้วงที่ถูกจัดการ ดังนั้นการเคลื่อนไหวแบบไร้รูปแบบปราศจากการจัดการโครงสร้างจากศูนย์กลาง, ลำดับชั้นองค์กร นั้นเพียงพอแล้วที่จะนำไปสู่การสร้างจำนวนผู้เข้าร่วมCritical Massที่หนาแน่นพอที่จะยึดครองพื้นที่ถนนและสามารถกันรถยนต์ออกไปได้ คนเดินเท้า, ผู้ใช้ถนนอื่นๆ และเจ้าหน้าที่รัฐใน New York, California, และOregon แสดงออกถึงความกังวลกับความยุ่งยากของความร่วมมือกับกลุ่มนักปั่นเนื่องจาก ขาดผู้นำ</span></p>
<p><span style="color:#616161;">เพราะว่าCritical Massไปยังสถานที่ต่างๆโดยปราศจากเส้นทางที่ได้รับอนุญาติหรือนุมัติ การปฏิบัติของผู้เข้าร่วมที่รู้จักกันว่า &#8220;Corking&#8221; (การกั้นถนน)เพื่อจะรักษาการรวมกันของกลุ่มไว้ โดยมีนักปั่น 2-3คนกั้นการสัญจรด้านข้างของถนนดังนั้นกลุ่มจึงสามารถผ่านไฟแดงไปได้โดยไม่ มีการขัดขวาง การกั้นถนนทำให้เกิดกิจกรรมได้หลากหลายเช่นการปั่นเป็นวงกลมกลางทางแยก หรือการยกรถจักยานเรียก &#8220;Bike Lift&#8221;, &#8220;Lifting&#8221; หรือในChicagoเรียก &#8220;Chicago hold-up&#8221; บางครั้งเป็นโอกาสในการแจกใบปลิว เมืองโต้เถียงเรื่องวิธีการกั้นถนนเพื่อที่จะผ่านไฟแดงเป็นกลุ่ม ตรงข้ามกับนักปั่นCritical Massอ้างว่า &#8220;We are traffic&#8221; เป็นการสัญจรมาแต่ดั่งเดิม ประเด็นพาหนะใดๆไม่สามารถข้ามทางแยกเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีแดงรวมทั้ง จักรยานด้วย ยกเว้นการได้รับอนุญาติเฉพาะหรือมีกฎหมายอนุญาติเช่น Bicycle Law ที่Idaho, USA. ก่อให้เกิดความเป็นศัตรูกันระหว่างคนขับรถและคนปั่นจักรยานนำไปสู่ความ รุนแรงและการจับกุมระหว่างการปั่นCritical Mass</span></p>
<p><span style="color:#616161;">Critical Massเป็นหัวข้อของการวิจารณ์ติเตียนจากเจ้าหน้าที่รัฐและคนขับรถในหลายๆ เมืองเรื่องการสัญจรสาธารณะ ทางการอ้างว่าCritical Massมีเจตนาไตร่ตรองอย่างรอบครอบที่จะขัดขวางการสัญจรของรถและขัดขวางความ ปกติสุขของเมือง การจับกุมบางคนในCritical Massที่ปฏิเสธการเชื่อฟังกฎจารจร เสมือนคนปั่นจักรยานเป็นเช่นเดียวกับคนใช้พาหนะอื่นๆ ที่บริเวณอ่าวSan Francisco เกิดอุบัติเหตุหลายครั้งระหว่างเหตุการณ์Critical Massในเหตุการณ์ครั้งหนึ่งเมื่อ 30 มีนาคม 2007 ตอนใกล้สิ้นสุดการปั่นCritical Mass Susan Ferrando จากเมืองRedwood, California อ้างว่าเธออยู่ท่ามกลางกลุ่มของนักปั่นพยายามขับผ่านพวกเขา มีคนปั่นจักรยานกว่า100คนล้อมรอบรถมินิแวนที่มีลูกสาว 11ขวบและ13ขวบอยู่ในรถมองดูจากภายใน Ferrando ปฏิเสธการขับชนนักปั่นแต่อ้างว่าพวกนักปั่นชนด้านข้างรถเธอ สีรถกระจกมองข้างเสียหายกว่า 5,300 เหรียญ<br />
11 พฤษภาคม 2007 เหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นที่ Berkeley, California ตามข่าวในBicycle Civil Liberties Union กล่าวว่า &#8220;คนขับรถและภรรยาเขาตั้งใจขับผ่านเข้าไปใจกลางขบวนจักรยานประจำเดือน Berkeley Critical Mass&#8221;ทำให้จักรยานเสียหายกว่า 3,000เหรียญ อย่างไรก็ดีคนขับและพยานบุคคลที่3บอกตำรวจว่านักปั่นโยนจักรยานเข้าไปใต้ ท้องรถหลังจากนั้นผู้เข้าร่วมCritical Massทุบไปยังกระโปรงและหน้งต่างรถและที่กันลมของรถแตกละเอียด<br />
27 กรกฎาคม 2007 ระหว่างการปั่นที่Chicago กำลังมุ่งหน้าไปSpindleในBerwyn, Illinois คนขับถูกกล่าวหาว่าเมา ขับฝ่าเข้าไปในฝูงชน Will Healy อายุ10ขวบซึ่งปั่นมากับแม่และพี่สาวถูกชนอย่างจังHealyลอยไปตกบนกระโปรงรถ แต่ไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงนักปั่นคนอื่นๆได้รับบาดเจ็บจักรยานเสียหายขณะ พยายามหลบให้พ้นทางรถยนต์ คนขับRobert Roger 34ปีจากเมืองMaywood, IL. ถูกจับกุมโดยทันทีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งขับตามมาและจับตากุมนักปั่น<br />
นายก เทศมนตรีSan Francisco, Gavin Newsom เดือนเมษายน 2007 ขอให้นักปั่นCritical Massควบคุมกันเอง&#8221;มันทำให้ชุมชนที่สนับสนุนจักรยานดูไม่ดีที่มีคนก้าวร้าว และสิ้นหวังในการเคลื่อนไหว ผมควรสนับสนุนการรวมกันของจักรยาน แต่เฮ้!เราไม่ได้แบบนั้น พอก็คือพอ&#8221;</span></p>
<p><span style="color:#616161;">ในปี1997 นายกเทศมนตรีของSan Francisco, Willie Brownถูกถามโดยผู้สื่อข่าวที่การประชุมผู้สื่อข่าวว่าเขามีแผนจะควบคุม Critical Massอย่างไน? นายกเทศมนตรีบอกในการแถลงข่าว ขู่ที่จะจับกุมนักปั่นพร้อมทั้งดูถูกเหยียบหยามคนใช้จักรยานหลายอย่าง ปฏิกิริยาและการรายงานข่าวแพร่กระจายออกไปสู่การเผชิญหน้า การปั่นเมื่อ25กรกฎาคม1997 หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นตีพิมพ์เส้นทาง ในวันศุกร์นายกเทศมนตรีปราศัยด้วยการตะโกนลงมายังกลุ่มนักปั่นราว7,000คน นักปั่นกระจายตัวอย่างรวดเร็วเป็นกลุ่มย่อยๆ หลายส่วน ถูกไล่ตามจับด้วยรถตำรวจรวมทั้งเฮริคอปเตอร์ เกิดความสับสนอลหม่านตรึงเครียดทั่วทั้งเมืองและมีการจับกุมและถูกริบ จักรยานหลายคน<br />
27กรกฎาคม2007 ในVilnius, Lithuania ตำรวจจับกุม5ผู้เข้าร่วมCritical Massรวมทั้งผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีก2คนฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้สลายตัว อย่างน้อย2คนในกลุ่มมีรายงานว่าถูกทุบตีและบาดเจ็บจากการกระทำของตำรวจศาลจะ ตัดสินในเดือนสิงหาคม<br />
31สิงหาคม2007ในMinneapolis ตำรวจจับกุมผู้เข้าร่วมCritical Mass19คนรวมทั้งผู้ยังไม่บรรลุนิติภาวะอีก3คน ในวันเดียวกันนักปั่น7คนในChicago Critical Mass ถูกจับกุมและตั้งข้อหาขัดขวางการสัญจรและไม่เชื่อฟังตำรวจทั้ง7คนถูกควบคุม ตัวทั้งคืน</span></p>
<p><span style="color:#616161;">กลุ่มที่สนับสนุนการปั่นจักรยานบางกลุ่มเป็นห่วงถึง ธรรมชาติของความขัดแย้งของCritical Massและการทะเลาะวิวาทกับคนขับรถ การไม่ให้อภัยในเหตุการณ์เล็กๆน้อยๆของความรุนแรงและความหยาบคาย ทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณะชนต่อคนใช้จักรยาน ขณะที่ San Francisco Bicycle Coalition ให้เครดิตCritical Massทำให้ประเด็นจักรยานขึ้นมามีความสำคัญและสนับสนุนช่วยเหลือการรวมตัวของ ผู้ใช้จักรยาน</span></p>
<p><span style="color:#616161;">ในSan Francisco มีเหตุการณ์ที่แยกย่อยออกมาเรียก &#8220;Critical Manners&#8221;ถูกสร้างขึ้นจากผลกระทบจากCritical Mass การปั่นCritical Manners ผ่านเมืองในวันศุกร์ที่2ของเดือนแต่ต่างจากCritical Massที่นักปั่นปฏิบัติตามกฎจารจรทุกกฎเช่นหยุดเมื่อมีสัญญาณไฟแดงและเริ่มมี การพูดคุยเกี่ยวกับการเริ่มCritical MannersในPortland, Oregon</span></p>
<p><span style="color:#616161;">ถึง แม้นว่าเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบกับคนส่วนใหญ่ เกี่ยวกับสถานะการขี่จักรยานบนถนนของคนใช้จักรยานหรือส่งผลถึงการรับรู้ต่อ สาธารณะชนของคนใช้จักรยาน แต่ตัวอย่างบางอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าขอบเขต ของการปั่นจักรยานขยายเข้าไปในหลายวัฒนธรรมย่อย<br />
ชื่อของเหตุการณ์ถูกนำ ไปเป็นประเด็นการเล่นคำในหลายๆบริบท ตั้งแต่การรงณรงค์โฆษณาของผลิตภัณฑ์ทางการค้าไปจนถึงเหตุการณ์สาธารณะมากมาย การรายงานข่าวของ San Francisco เดือนกรกฎาคม1997 การปั่นจักรยานนำไปสู่เหตุการณ์ปั่นจักรยานนานาชาติที่ถูกเรียกว่าBike Summer , บริษัทThe Rand Corporation จัดทำเอกสารหัวข้อ &#8220;What Next for Networks and Netwars?&#8221; วิเคราะยุทธวิธีของการปั่น เป็นส่วนหนึ่งของการประเมินค่าของการกระจายอำนาจ การทำการตัดสินใจสำหรับควมสามารถของกองทัพใช้งานในสนามรบ การปั่นCritical Massให้กำเนิด หนังสือ, ภาพยนต์สารคดี, ภาพเขียน และสิ่งประดิษฐ์จากมนุษย์</span></p>
<p><span style="color:#999999;"><span style="color:#616161;">อ</span>้างอิง<br />
http://en.wikipedia.org/wiki/Critical_Mass</span></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bicycleculture.wordpress.com/113/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bicycleculture.wordpress.com/113/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bicycleculture.wordpress.com/113/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bicycleculture.wordpress.com/113/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bicycleculture.wordpress.com/113/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bicycleculture.wordpress.com/113/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bicycleculture.wordpress.com/113/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bicycleculture.wordpress.com/113/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bicycleculture.wordpress.com/113/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bicycleculture.wordpress.com/113/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bicycleculture.wordpress.com/113/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bicycleculture.wordpress.com/113/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bicycleculture.wordpress.com/113/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bicycleculture.wordpress.com/113/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=113&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/08/critical-mass-%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%9b%e0%b8%8f%e0%b8%b4%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/4ec704343f2b6c94cfaf5e21dcf02b8b?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">bicycleculture</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/untitled-02.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">untitled-02</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Post</title>
		<link>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/post/</link>
		<comments>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/post/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2009 17:46:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bicycleculture</dc:creator>
				<category><![CDATA[All]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bicycleculture.wordpress.com/?p=95</guid>
		<description><![CDATA[อีก 25 ปี น้ำมันหมดโลก ในอีก25ปีข้างหน้าน้ำมันในรูปแบบดั้งเดิม (conventional oil-ซึ่งได้แก่น้ำมันที่ได้จากการทับถมของซากพืช สัตว์หรือฟอสซิล) จะไม่เพียงพอต่อความต้องการของโลก เนื่องจากการขยายตัวของความต้องการใช้จะมีมากกว่าปริมาณน้ำมันที่จัดหาได้ ดังนั้นจำเป็นต้องจัดหาพลังงานทางเลือกมาทดแทน&#8230;&#8230; ทางเลือกของน้ำมัน เป็นความเข้าใจผิดอย่างมากที่ว่าพืชพลังงานช่วยลดโลกร้อน เพราะเมื่อรวมกระบวนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่การถางป่า การปลูก การแปลงสภาพและการขนส่งแล้ว เชื้อเพลิงจากพืชพลังงานกับก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมากกว่าน้ำมันเสียอีก เช่น การผลิตน้ำมันปาล์มทุก 1 ตันจะก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 33ตัน ซึ่งมากกว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากน้ำมันถึง 10 เท่า&#8230;&#8230; การเดินทางของจักรยาน มนุษย์รู้จักใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบเชิงกลของวงล้อ กลมๆ มานานหลายพันปีแล้ว แต่เริ่มนำเอาวงล้อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนที่ส่วนบุคคลเมื่อไม่ ถึง ๒๐๐ ปีมานี้เอง บรรพบุรุษของจักรยานเป็นเพียงแค่วงล้อเหล็กสองวงที่ มีไม้พาดอยู่ระหว่างกลาง เคลื่อนที่โดยออกแรงขาไถพื้นให้ล้อหมุน ต่อมาจึงค่อยพัฒนาให้มีข้อหมุน ลูกถีบ ชุดเฟืองทด และนำยางมาหุ้มล้อ&#8230;&#8230;<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=95&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81-25-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/"><img class="alignleft size-full wp-image-96" title="bd3104-001-100x150" src="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/bd3104-001-100x150.jpg?w=510" alt="bd3104-001-100x150"   /></a></p>
<p><span style="color:#808080;"><a href="http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B8%81-25-%E0%B8%9B%E0%B8%B5-%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%94%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%81/" target="_blank"><strong>อีก 25 ปี น้ำมันหมดโลก</strong></a><br />
ในอีก25ปีข้างหน้าน้ำมันในรูปแบบดั้งเดิม (conventional oil-ซึ่งได้แก่น้ำมันที่ได้จากการทับถมของซากพืช สัตว์หรือฟอสซิล) จะไม่เพียงพอต่อความต้องการของโลก เนื่องจากการขยายตัวของความต้องการใช้จะมีมากกว่าปริมาณน้ำมันที่จัดหาได้ ดังนั้นจำเป็นต้องจัดหาพลังงานทางเลือกมาทดแทน&#8230;&#8230;</span></p>
<p><span style="color:#808080;"><br />
</span></p>
<p><a href="http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99/" target="_blank"><img class="alignleft size-full wp-image-104" title="428019-001-100x150" src="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/428019-001-100x150.jpg?w=510" alt="428019-001-100x150"   /></a><span style="color:#808080;"><a href="http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99/" target="_blank"><strong>ทางเลือกของน้ำมัน </strong></a><br />
เป็นความเข้าใจผิดอย่างมากที่ว่าพืชพลังงานช่วยลดโลกร้อน เพราะเมื่อรวมกระบวนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่การถางป่า การปลูก การแปลงสภาพและการขนส่งแล้ว เชื้อเพลิงจากพืชพลังงานกับก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมากกว่าน้ำมันเสียอีก เช่น การผลิตน้ำมันปาล์มทุก 1 ตันจะก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 33ตัน ซึ่งมากกว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากน้ำมันถึง 10 เท่า&#8230;&#8230;</span></p>
<p><span style="color:#808080;"><br />
</span></p>
<p><span style="color:#808080;"><a href="http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99/" target="_blank"><img class="alignleft size-full wp-image-109" title="26211-100x150" src="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/26211-100x150.jpg?w=510" alt="26211-100x150"   /></a><strong><a href="http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99/" target="_blank">การเดินทางของจักรยาน</a></strong><br />
มนุษย์รู้จักใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบเชิงกลของวงล้อ กลมๆ มานานหลายพันปีแล้ว แต่เริ่มนำเอาวงล้อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนที่ส่วนบุคคลเมื่อไม่ ถึง ๒๐๐ ปีมานี้เอง บรรพบุรุษของจักรยานเป็นเพียงแค่วงล้อเหล็กสองวงที่ มีไม้พาดอยู่ระหว่างกลาง เคลื่อนที่โดยออกแรงขาไถพื้นให้ล้อหมุน ต่อมาจึงค่อยพัฒนาให้มีข้อหมุน ลูกถีบ ชุดเฟืองทด และนำยางมาหุ้มล้อ&#8230;&#8230;</span></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bicycleculture.wordpress.com/95/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bicycleculture.wordpress.com/95/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bicycleculture.wordpress.com/95/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bicycleculture.wordpress.com/95/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bicycleculture.wordpress.com/95/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bicycleculture.wordpress.com/95/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bicycleculture.wordpress.com/95/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bicycleculture.wordpress.com/95/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bicycleculture.wordpress.com/95/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bicycleculture.wordpress.com/95/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bicycleculture.wordpress.com/95/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bicycleculture.wordpress.com/95/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bicycleculture.wordpress.com/95/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bicycleculture.wordpress.com/95/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=95&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/post/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/4ec704343f2b6c94cfaf5e21dcf02b8b?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">bicycleculture</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/bd3104-001-100x150.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bd3104-001-100x150</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/428019-001-100x150.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">428019-001-100x150</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/26211-100x150.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">26211-100x150</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>อีก 25 ปี น้ำมันหมดโลก</title>
		<link>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81-25-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81-25-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2009 10:44:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bicycleculture</dc:creator>
				<category><![CDATA[All]]></category>
		<category><![CDATA[น้ามัน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bicycleculture.wordpress.com/?p=88</guid>
		<description><![CDATA[บทความ &#8220;อีก 25 ปี น้ำมันหมดโลก&#8221;, คอลัมน์ คิดไม่ออกบอกเบนจี้, หนังสือพิมพ์มติชน วันเสาร์ที่ 8 เดือนมีนาคม พศ. 2551 สภาการปิโตรเลียมแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรึกษาของรัฐบาลสหรัฐ ที่มีนายลี เรย์มอนด์ อดีตประธานบริหารของเอ็กซอน โมบิล เป็นประธาน ได้เผยแพร่รายงานชื่อ &#8220;เผชิญหน้ากับความจริงเกี่ยวกับพลังงาน&#8221; ระบุว่าในอีก 25 ปีข้างหน้าน้ำมันในรูปแบบดั้งเดิม (conventional oil-ซึ่งได้แก่น้ำมันที่ได้จากการทับถมของซากพืช สัตว์หรือฟอสซิล) จะไม่เพียงพอต่อความต้องการของโลก เนื่องจากการขยายตัวของความต้องการใช้จะมีมากกว่าปริมาณน้ำมันที่จัดหาได้ ดังนั้นจำเป็นต้องจัดหาพลังงานทางเลือกมาทดแทน รายงานดังกล่าวระบุว่า ในช่วง 25 ปีข้างหน้าความต้องการใช้น้ำมันจะขยายตัว 50-60 % แต่ปริมาณน้ำมันแบบดั้งเดิมและก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่จะไม่สามารถตอบสนองได้เพียงพอ โดยสภาการปิโตรเลียมประเมินว่าในปี ค.ศ.2030 ความสามารถในการผลิตพลังงานจะอยู่ที่ระดับ 107 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไม่ใช่ 116-118 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างที่องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ประเมินไว้ ดังนั้นจะต้องจัดหาพลังงานทางเลือกมาอุดช่องว่างนี้ เช่น เอทานอล,ไบโอดีเซล,ถ่านหินเหลว เป็นต้น ขณะเดียวกันจำเป็นต้องมีการประหยัดพลังงานควบคู่กันไปด้วยโดยเฉพาะในประเทศซึ่งใช้น้ำมันมากอย่างสหรัฐอเมริกา อินเดียและจีน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=88&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-87" title="bd3104-001" src="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/bd3104-001.jpg?w=510" alt="bd3104-001"  ></p>
<p><b>บทความ &#8220;อีก 25 ปี น้ำมันหมดโลก&#8221;, คอลัมน์ คิดไม่ออกบอกเบนจี้, หนังสือพิมพ์มติชน วันเสาร์ที่ 8 เดือนมีนาคม พศ. 2551</b></p>
<p>สภาการปิโตรเลียมแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นกลุ่มที่ปรึกษาของรัฐบาลสหรัฐ ที่มีนายลี เรย์มอนด์ อดีตประธานบริหารของเอ็กซอน โมบิล เป็นประธาน ได้เผยแพร่รายงานชื่อ &#8220;เผชิญหน้ากับความจริงเกี่ยวกับพลังงาน&#8221; <b>ระบุว่าในอีก 25 ปีข้างหน้าน้ำมันในรูปแบบดั้งเดิม (conventional oil-ซึ่งได้แก่น้ำมันที่ได้จากการทับถมของซากพืช สัตว์หรือฟอสซิล) จะไม่เพียงพอต่อความต้องการของโลก</b> เนื่องจากการขยายตัวของความต้องการใช้จะมีมากกว่าปริมาณน้ำมันที่จัดหาได้ ดังนั้นจำเป็นต้องจัดหาพลังงานทางเลือกมาทดแทน</p>
<p>รายงานดังกล่าวระบุว่า ในช่วง 25 ปีข้างหน้าความต้องการใช้น้ำมันจะขยายตัว 50-60 % แต่ปริมาณน้ำมันแบบดั้งเดิมและก๊าซธรรมชาติที่มีอยู่จะไม่สามารถตอบสนองได้เพียงพอ โดยสภาการปิโตรเลียมประเมินว่าในปี ค.ศ.2030 ความสามารถในการผลิตพลังงานจะอยู่ที่ระดับ 107 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไม่ใช่ 116-118 ล้านบาร์เรลต่อวัน อย่างที่องค์การพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ประเมินไว้ ดังนั้นจะต้องจัดหาพลังงานทางเลือกมาอุดช่องว่างนี้ เช่น เอทานอล,ไบโอดีเซล,ถ่านหินเหลว เป็นต้น</p>
<p>ขณะเดียวกันจำเป็นต้องมีการประหยัดพลังงานควบคู่กันไปด้วยโดยเฉพาะในประเทศซึ่งใช้น้ำมันมากอย่างสหรัฐอเมริกา อินเดียและจีน รวมทั้งต้องปรับปรุงอุตสาหกรรมรถยนต์ให้สามารถผลิตรถยนต์ที่ประหยัดได้สูงสุดอีกด้วย</p>
<p>รายงานยังได้เตือนด้วยว่าการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อลดปัญหาโลกร้อนจะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อการใช้พลังงานแบบผสมผสานและเพิ่มต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bicycleculture.wordpress.com/88/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bicycleculture.wordpress.com/88/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bicycleculture.wordpress.com/88/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bicycleculture.wordpress.com/88/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bicycleculture.wordpress.com/88/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bicycleculture.wordpress.com/88/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bicycleculture.wordpress.com/88/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bicycleculture.wordpress.com/88/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bicycleculture.wordpress.com/88/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bicycleculture.wordpress.com/88/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bicycleculture.wordpress.com/88/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bicycleculture.wordpress.com/88/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bicycleculture.wordpress.com/88/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bicycleculture.wordpress.com/88/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=88&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%81-25-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%94%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/4ec704343f2b6c94cfaf5e21dcf02b8b?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">bicycleculture</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/bd3104-001.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bd3104-001</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>ทางเลือกของน้ำมัน</title>
		<link>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 07 Jan 2009 10:21:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bicycleculture</dc:creator>
				<category><![CDATA[All]]></category>
		<category><![CDATA[จักรยาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทางเลือก]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bicycleculture.wordpress.com/?p=82</guid>
		<description><![CDATA[บทความ &#8220;ทางเลือกของน้ำมัน&#8221; ศจินทร์ ประชาสันติ์, นิตยสารฉลาดซื้อ, ฉบับที่84, หน้า48-49 แต่ละวันการบริโภคน้ำมันทั่วโลกมีประมาณ 80 ล้านบาร์เรล กว่าครึ่งหนึ่งหมดไปกับการขนส่ง ในไทยประมาณร้อยละ 60 ของมูลค่าน้ำมันเป็นการบริโภคน้ำมันจากรถยนต์ อันที่จริงไทยตื่นตัวช้ากว่าหลายประเทศเรื่องพลังงานทดแทนที่ได้จากพืชในสหรัฐอเมริกาซึ่งใช้น้ำมันถึงสองในสามของประเทศในเรื่องการขนส่ง ปัจจุบันได้นำข้าวโพดประมาณร้อยละ 20 ของประเทศไปทำเอทานอลประมาณ 5พันล้านแกลลอน ในสหภาพยุโรป(อียู) มีเป้าหมายว่าจะทดแทนน้ำมันในภาคคมนาคมขนส่งด้วยพลังงานหมุนเวียนจากพืชให้ได้ร้อยละ 10 ภายในปี 2563 ดังนั้นดูแล้วน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลไทยจะไม่ตกยุคกับเขาแล้ว และเราผู้ใช้รถยนต์ทั้งส่วนตัวและสาธารณะจะได้ไม่ต้องง้อน้ำมันราคาแพงอีกต่อไป(ยะฮู้) แต่&#8230;.การเร่งขยายปลูกพืชพลังงานเพื่อทดแทนเชื้อเพลิงจากน้ำมันอาจจะนำเราไปสู่ขอเสียมากกว่าข้อดี ข้อแรก คือ ความต้องการใช้น้ำมันปัจจุบันมีปริมาณมหาศาล เมื่อจะนำพืชมาผลิตพลังงานจึงหมายถึงที่ดินจำนวนมหาศาล เมื่อจะนำพืชมาผลิตพลังงานจึงหมายถึงที่ดินจำนวนมหาศาลเช่นกัน จากประสบการณ์ของสหรัฐฯ เอทานอลจากเข้าโพดร้อยละ 20 ในประเทศสามารถทดแทนความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงได้ร้อยละ 3 ของความต้องการน้ำมันทั้งหมด ซึ่งหมายความว่า แม้นจะเอาข้าโพดทั้งหมดที่ปลูกได้ในสหรัฐฯ ไปแปลงเป็นเอทานอล ก็ทดแทนได้แค่ร้อยละ 16 เท่านั้น ของไทยเองกระทรวงพลังงานตั้งเป้าว่าภายในปีพ.ศ.2555 ปาล์มน้ำมันที่จะมาทำไบโอดีเซล ร้อยละ 100 จำนวน 8.5 ล้านลิตรต่อวันนั้น จะต้องใช้พื้นที่ 5ล้านไร่โดยจะลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศได้ถึงร้อยละ 1 ดั้งนั้นหากจะลดการนำเข้าสักร้อยละ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=82&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-81" title="428019-001" src="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/428019-001.jpg?w=510" alt="428019-001"   /></p>
<p><strong>บทความ &#8220;ทางเลือกของน้ำมัน&#8221; ศจินทร์ ประชาสันติ์, นิตยสารฉลาดซื้อ, ฉบับที่84, หน้า48-49</strong></p>
<p>แต่ละวันการบริโภคน้ำมันทั่วโลกมีประมาณ 80 ล้านบาร์เรล กว่าครึ่งหนึ่งหมดไปกับการขนส่ง ในไทยประมาณร้อยละ 60 ของมูลค่าน้ำมันเป็นการบริโภคน้ำมันจากรถยนต์</p>
<p>อันที่จริงไทยตื่นตัวช้ากว่าหลายประเทศเรื่องพลังงานทดแทนที่ได้จากพืชในสหรัฐอเมริกาซึ่งใช้น้ำมันถึงสองในสามของประเทศในเรื่องการขนส่ง ปัจจุบันได้นำข้าวโพดประมาณร้อยละ 20 ของประเทศไปทำเอทานอลประมาณ 5พันล้านแกลลอน ในสหภาพยุโรป(อียู) มีเป้าหมายว่าจะทดแทนน้ำมันในภาคคมนาคมขนส่งด้วยพลังงานหมุนเวียนจากพืชให้ได้ร้อยละ 10 ภายในปี 2563 ดังนั้นดูแล้วน่าจะเป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลไทยจะไม่ตกยุคกับเขาแล้ว และเราผู้ใช้รถยนต์ทั้งส่วนตัวและสาธารณะจะได้ไม่ต้องง้อน้ำมันราคาแพงอีกต่อไป(ยะฮู้)</p>
<p>แต่&#8230;.การเร่งขยายปลูกพืชพลังงานเพื่อทดแทนเชื้อเพลิงจากน้ำมันอาจจะนำเราไปสู่ขอเสียมากกว่าข้อดี</p>
<p>ข้อแรก คือ<span style="color:#000000;"><strong> ความต้องการใช้น้ำมันปัจจุบันมีปริมาณมหาศาล เมื่อจะนำพืชมาผลิตพลังงานจึงหมายถึงที่ดินจำนวนมหาศาล เมื่อจะนำพืชมาผลิตพลังงานจึงหมายถึงที่ดินจำนวนมหาศาล</strong></span>เช่นกัน จากประสบการณ์ของสหรัฐฯ เอทานอลจากเข้าโพดร้อยละ 20 ในประเทศสามารถทดแทนความต้องการน้ำมันเชื้อเพลิงได้ร้อยละ 3 ของความต้องการน้ำมันทั้งหมด ซึ่งหมายความว่า แม้นจะเอาข้าโพดทั้งหมดที่ปลูกได้ในสหรัฐฯ ไปแปลงเป็นเอทานอล ก็ทดแทนได้แค่ร้อยละ 16 เท่านั้น</p>
<p>ของไทยเองกระทรวงพลังงานตั้งเป้าว่าภายในปีพ.ศ.2555 ปาล์มน้ำมันที่จะมาทำไบโอดีเซล ร้อยละ 100 จำนวน 8.5 ล้านลิตรต่อวันนั้น จะต้องใช้พื้นที่ 5ล้านไร่โดยจะลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศได้ถึงร้อยละ 1</p>
<p>ดั้งนั้น<strong>หากจะลดการนำเข้าสักร้อยละ 50 บวกลบคูณหารแล้วก็ต้องหาพื้นที่ทั้งหมด 250ล้านไร่เพื่อทำพลังงานเพียงอย่างเดียว ขณะที่ข้อมูลจากกรมพัฒนาที่ดินในปี 2547 ระบุว่า พื้นที่การเกษรของไทยในปัจจุบันเหลือแค่ 174 ล้านไร่เท่านั้น</strong></p>
<p>เดิมเกษตรกรปลูกพืชสำหรับคนกิน ต่อมาก็ปลูกพืชที่ให้สัตว์กิน มาถึงยุคนี้ เกษตรกรต้องปลูกพืชให้รถกิน (เป็นเชื้อเพลิง) เป็นคำกล่าวของใครบางคนที่ดูจะไม่ผิดเพี้ยนจากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน ที่ดินซึ่งเป็นทรัพยากรอันจำกัดกำลังถูกเปลี่ยนเป็นแหล่งผลิตพืชพลังงาน แย่งชิงกับพื้นที่ปลูกพืชเป็นอาหาร ในเว็บไซด์ของฝ่ายวิจัย องค์กรการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) ระบุว่า การใช้อาหารเพื่อผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอาจทำให้สถานการณ์ของที่ดินเพื่อการเกษตรและน้ำซึ้งตึงเครียดอยู่แล้วรุนแรงเข้าไปอีก จากราคาอาหารที่เพิ่มขึ้น</p>
<p>รายงานสถาบันวิจัยนโยบายอาหารระหว่างประเทศ(International Food Policy Research Insititute) ในสหรัฐฯ ระบุว่า ความต้องการเอทานอลที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ราคาข้าวโพดเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 และร้อยละ 41 ภายในปีพ.ศ.2553 และพ.ศ.2563  ราคาเมล็ดพืชที่มีน้ำมันเช่น ถั่วเหลือง เมล็ดทานตะวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 26 และร้อยละ 76 ภายในปีพ.ศ.2553 และพ.ศ.2563 ในทวีปแอฟริกา เอเชีย และละตินอเมริกาซึ่งใช้มันสำปะหลังไปผลิตพลังงานจะทำให้ราคาเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 และร้อยละ 41 ภายในปีพ.ศ.2553 และพ.ศ.2563</p>
<p>ที่ผ่านมาผู้บริโภคไทยได้ชิมลางราคาน้ำมันพืชที่ปรับตัวสูงขึ้นมาแล้ว เพราะปัจจัยต้นทุนน้ำมันแพงขึ้น บวกด้วยแรงกดดันจากความต้องการไบโอดีเซล</p>
<p><strong>คนจนจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะพวกเขาจะใช้เงินจากรายได้ไปกับการซื้ออาหารเป็นสัดส่วนมากกว่าเดิม </strong>ผลกระทบตามมาคือ คนที่มีรายได้น้อยจะรัดเข็มขัดขึ้นโดยการลดการบริโภคของตนเองและครอบครัวเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายด้านอาหารที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ก็ใช้น้ำมันเก่าทอดอาหารซ้ำแล้วซ้ำอีกเกิดปัญหาด้านสาธารณะสุขที่ต้องตามแก้กันไม่รู้จบ</p>
<p>นอกจากนี้ ในมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบราซิล ซึ่งล้วนเป็นผู้ผลิตพืชพลังงานรายใหญ่ของโลก พบว่า สาเหตุสำคัญของการตัดไม้ทำลายป่าก็มาจากการแสวงหาพื้นที่ใหม่ๆ เพื่อไปปลูกพืชพลังงาน</p>
<p>และที่สำคัญ <strong>เป็นความเข้าใจผิดอย่างมากที่ว่าพืชพลังงานช่วยลดโลกร้อน เพราะเมื่อรวมกระบวนการผลิตทั้งหมด ตั้งแต่การถางป่า การปลูก การแปลงสภาพและการขนส่งแล้ว เชื้อเพลิงจากพืชพลังงานกับก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกมากกว่าน้ำมันเสียอีก เช่น การผลิตน้ำมันปาล์มทุก 1 ตันจะก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 33ตัน ซึ่งมากกว่าการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากน้ำมันถึง 10 เท่า</strong></p>
<p>เป็นเวลากว่าปีเศษแล้ว ที่ผู้เขียนเฝ้าดูชีวิตบนท้องถนนของผู้คนในกรุงเทพฯ จากเบาะหลังของยานพาหนะสองล้อที่ไม่ต้องพึ่งพิงน้ำมันเชื้อเพลิงใดๆการได้นั่งจักรยานทุกเย็นจากที่ทำงานแถวถนนพญาไทกลับบ้านในฝั่งธนบุรีทำให้ผู้เขียนเห็นผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางประจำวันซึ่งแต่ก่อนตอนนั่งรถยนต์กลับบ้าน คนเหล่านี้แทบไม่ปรากฏอยู่ในสายตา</p>
<p>การขี่จักรยานบนถนนในกรุงเทพไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะที่ทางของยานพาหนะทางเลือกนี้บนท้องถนนเกือบไม่มี จะขี่บนฟุตบาท เส้นทางจักรยานก็เหมือนไม่เต็มใจให้เกิด ดูขาดๆเกินๆชอบกล ไหนยังต้องคอยหลีกหนีแฝงลอยหรือรถเข็นขายของ และยังไม่นับรวมถึงมลภาวะทางอากาศที่ต้องเผชิญอีก</p>
<p>อย่างไรก็ตามผู้เขียนก็พอใจการเดินทางโดยจักรยานพอสมควร แม้จะเกิดอาการเสียวๆอยู่บ้าง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการเดินทางโดยรถยนต์ในกรุงเทพฯแล้ว จักรยานทำให้ผู้เขียนลดค่าใช้จ่าย และเครียดจากการจารจรน้อยกว่า และทำให้ผู้เขียนมีส่วนรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมของโลกใบนี้ได้ดีขึ้น</p>
<p>ในแง่หนึ่ง การส่งเสริมให้คนเดินทางโดยจักรยานมากขึ้นกับการหาพลังงานทดแทนมีสถานะความเป็นทางเลือกไม่น่าจะด้อยไปกว่ากัน แต่ดูเหมือนว่าอย่างหลังจะเป็นแก่นสำคัญของนโยบายรัฐไทยเพียงอย่างเดียว</p>
<p>แต่เมื่อดูจากประสบการณ์ต่างประเทศที่บอกเราว่า หลายด้านของพืชพลังงานอาจเป็นสีดำมากว่าสีเขียว จึงน่าตั้งคำถามว่าก็แล้วทำไมทางเลือกอื่นๆ ซึ่งจะช่วยให้คนปรับเปลี่ยนวิถีหรือรูปแบบการเดินทางให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป(เช่น การมีนโยบายที่จะสนับสนุนให้การเดินทางโดยใช้จักรยานทำได้ง่ายขึ้นและปลอดภัยมากขึ้น) กลับไม่ได้รับการสนับสนุนให้เป็นนโยบายหลักของประเทศด้วย</p>
<p>ทั้งๆที่ผู้เขียนได้ยินหลายคนพูดถึงการเปลี่ยน &#8220;ไลฟ์สไตล์&#8221; หรือรูปแบบการดำเนินชีวิตว่า เป็นความจำเป็นในยุคโลกร้อน ซึ่งสอดคล้องเป็นอย่างดีกับการแก้ปัญหาเรื่องน้ำมันราคาแพง&#8230;หรือว่าเป็นเพราะว่า เราสูญเสียความสามารถในการมองทะลุกรอบไปนานแล้ว</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bicycleculture.wordpress.com/82/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bicycleculture.wordpress.com/82/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bicycleculture.wordpress.com/82/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bicycleculture.wordpress.com/82/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bicycleculture.wordpress.com/82/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bicycleculture.wordpress.com/82/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bicycleculture.wordpress.com/82/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bicycleculture.wordpress.com/82/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bicycleculture.wordpress.com/82/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bicycleculture.wordpress.com/82/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bicycleculture.wordpress.com/82/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bicycleculture.wordpress.com/82/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bicycleculture.wordpress.com/82/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bicycleculture.wordpress.com/82/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=82&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/07/%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/4ec704343f2b6c94cfaf5e21dcf02b8b?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">bicycleculture</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/428019-001.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">428019-001</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>การเดินทางของจักรยาน</title>
		<link>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 10:07:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bicycleculture</dc:creator>
				<category><![CDATA[All]]></category>
		<category><![CDATA[จักรยาน]]></category>
		<category><![CDATA[ทำงาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bicycleculture.wordpress.com/?p=43</guid>
		<description><![CDATA[เรื่อง : เกศินี จิรวณิชชากร ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง จาก:  นิตยสารสารคดี, มี.ค. ๕๑ คุณจำครั้งแรกที่หัดขี่จักรยานได้หรือเปล่า ? ไม่ว่ามันจะผ่านมายาวนานเพียงใด เมื่อไรที่คุณขี่จักรยานเป็นแล้ว คุณจะไม่มีวันลืมมัน &#8220;ผม ว่าในวัยเด็กทุกคนชอบขี่จักรยาน เพราะมันช่วยเพิ่มความเร็วของเรา และมีความรู้สึกว่าตัวเองสามารถควบคุมเครื่องจักรที่เรียบง่ายนั้นได้ การขี่จักรยานมันให้อารมณ์บางอย่าง ทั้งบรรยากาศของการผจญภัยนิดๆ และรู้สึกว่าตัวเองมีพลังมากกว่าการเดิน ทั้งผ่อนคลายและพักผ่อนไปด้วย ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกอิสรเสรี จะขี่ไปที่ไหนก็ได้หรือแวะจอดที่ไหนก็ได้&#8221; ข้างต้นคือคำกล่าวของ ศาสตราจารย์ ดร. จรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยภาพชายวัยกลางคนสะพายเป้ขี่จักรยานมาทำงานหรือไปประชุมตามสถานที่ต่างๆ เป็นภาพที่ใครๆ มักเห็นจนชินตา โดยเฉพาะในหมู่นิสิตและบุคลากรคณะต่างรู้จักเขาในนาม &#8220;คณบดีที่ชอบขี่จักรยาน&#8221; มีการคำนวณกันว่าจักรยานเป็นรูปแบบ การเดินทางที่ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การขี่จักรยานด้วยความเร็ว ๑๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะใช้พลังงาน ๒๐ กิโลแคลอรีต่อกิโลเมตร น้อยกว่าการวิ่ง ๕ เท่า และน้อยการว่านั่งรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็ว ๙๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมงถึง ๕๐ เท่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=43&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-48" title="262111" src="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/262111.jpg?w=510" alt="262111"   /></p>
<p><strong>เรื่อง : เกศินี จิรวณิชชากร ภาพ : วิจิตต์ แซ่เฮ้ง</strong><br />
จาก:  นิตยสารสารคดี, มี.ค. ๕๑</p>
<p>คุณจำครั้งแรกที่หัดขี่จักรยานได้หรือเปล่า ?<br />
ไม่ว่ามันจะผ่านมายาวนานเพียงใด เมื่อไรที่คุณขี่จักรยานเป็นแล้ว คุณจะไม่มีวันลืมมัน<br />
&#8220;ผม ว่าในวัยเด็กทุกคนชอบขี่จักรยาน เพราะมันช่วยเพิ่มความเร็วของเรา และมีความรู้สึกว่าตัวเองสามารถควบคุมเครื่องจักรที่เรียบง่ายนั้นได้ การขี่จักรยานมันให้อารมณ์บางอย่าง ทั้งบรรยากาศของการผจญภัยนิดๆ และรู้สึกว่าตัวเองมีพลังมากกว่าการเดิน ทั้งผ่อนคลายและพักผ่อนไปด้วย ขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกอิสรเสรี จะขี่ไปที่ไหนก็ได้หรือแวะจอดที่ไหนก็ได้&#8221;</p>
<p>ข้างต้นคือคำกล่าวของ ศาสตราจารย์ ดร. จรัส สุวรรณมาลา คณบดีคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยภาพชายวัยกลางคนสะพายเป้ขี่จักรยานมาทำงานหรือไปประชุมตามสถานที่ต่างๆ เป็นภาพที่ใครๆ มักเห็นจนชินตา โดยเฉพาะในหมู่นิสิตและบุคลากรคณะต่างรู้จักเขาในนาม &#8220;คณบดีที่ชอบขี่จักรยาน&#8221;</p>
<p>มีการคำนวณกันว่าจักรยานเป็นรูปแบบ การเดินทางที่ใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การขี่จักรยานด้วยความเร็ว ๑๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะใช้พลังงาน ๒๐ กิโลแคลอรีต่อกิโลเมตร น้อยกว่าการวิ่ง ๕ เท่า และน้อยการว่านั่งรถยนต์ที่วิ่งด้วยความเร็ว ๙๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมงถึง ๕๐ เท่า !</p>
<p>มนุษย์รู้จักใช้ประโยชน์จากความได้เปรียบเชิงกลของวงล้อ กลมๆ มานานหลายพันปีแล้ว แต่เริ่มนำเอาวงล้อเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนที่ส่วนบุคคลเมื่อไม่ ถึง ๒๐๐ ปีมานี้เอง<br />
บรรพบุรุษของจักรยานเป็นเพียงแค่วงล้อเหล็กสองวงที่ มีไม้พาดอยู่ระหว่างกลาง เคลื่อนที่โดยออกแรงขาไถพื้นให้ล้อหมุน ต่อมาจึงค่อยพัฒนาให้มีข้อหมุน ลูกถีบ ชุดเฟืองทด และนำยางมาหุ้มล้อ จนกระทั่งกลายเป็นจักรยานหน้าตาแบบทุกวันนี้ในปี ค.ศ. ๑๘๘๕</p>
<p>ประเทศ ไทยเริ่มนำเข้าจักรยานในสมัยรัชกาลที่ ๕ โดยเริ่มนิยมในหมู่เจ้านายชั้นสูง จนกระทั่งแพร่หลายในกลุ่มคนทั่วไปทั้งในพระนครและทั่วทั้งอาณาจักร ด้วยเพราะหาซื้อง่าย ราคาไม่แพง และสะดวกสบายในการใช้งานอย่างยิ่ง<br />
จวบจน วินาทีนี้ เทคโนโลยีของจักรยานก็ไม่เคยหยุดนิ่ง และมีการออกแบบให้หลากหลายเพื่อตอบสนองรูปแบบชีวิตที่แตกต่าง แม้กระนั้นจักรยานทุกคันบนโลกก็ล้วนขับเคลื่อนด้วยหลักการเดียวกัน คือใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อของผู้ขับขี่ และให้ความหมายของการเดินทางอันเป็นสากล</p>
<p>&#8220;โดยทั่วไปแล้วคนขี่จักรยาน เป็นคนที่ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร เป็นคนสมถะ โล่งเบา ไม่ต้องการสะสมอะไรมาก เพราะถ้าคุณสะสมของมากเกินไป คุณก็ขี่จักรยานไม่ได้&#8221; ศ.ดร. จรัสเล่าถึงความเรียบง่ายประสาคนขี่จักรยาน<br />
ทุกวันนี้เฉพาะในกรุงเทพฯ มีทางจักรยาน ๒๒ สาย ระยะทาง ๑๘๒ กิโลเมตร และอยู่ระหว่างของบประมาณสร้างเพิ่มอีก ๔๑ สาย รวมเป็น ๓๓๘ กิโลเมตร พร้อมกันนั้นทางกรุงเทพมหานครกำลังผลักดันโครงการจักรยานให้ยืม ๑,๐๐๐ คัน โดยจะเริ่มชิมลางในเดือนเมษายน ๒๕๕๑ เพื่อชูวาระฯ กรุงเทพฯ สีเขียวช่วยบรรเทาโลกร้อน</p>
<p>อย่างไรก็ดี ดูเหมือนว่าจักรยานจะยังถูกจำกัดอยู่ตามตรอกซอกซอย นานๆ ครั้งจึงจะพบเห็นบนทางหลัก แม้แต่เมื่อเร็วๆ นี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรียังได้ออกความเห็นผ่านรายการสนทนาประสาสมัครไว้ว่าการสร้างทาง จักรยานน่าจะไม่คุ้ม เพราะ &#8220;พ่อแม่คนไหนจะปล่อยให้ลูกขี่จักรยานไปโรงเรียน สามีใครขี่จักรยานไปทำงาน&#8221;</p>
<p>วีระพันธ์ โตมีบุญ สมาชิกชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวเรียกร้องการสร้างทางจักรยานมายาวนาน เปิดเผยถึงปัญหาของทางจักรยานว่า &#8220;เมื่อกล่าวถึงทางจักรยาน คนทั่วไปและราชการจะคิดโดยเอา &#8216;ทาง&#8217; เป็นตัวตั้ง จึงสังเกตได้ว่าทางจักรยานหลายๆ ทางทำมาแล้วไม่มีคนใช้ อันที่จริงทางจักรยานมีความหมายครอบคลุมถึงการวางแผนโครงข่ายเส้นทาง การจัดที่จอดจักรยานอย่างเพียงพอ การติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นไฟในตอนกลางคืน ป้ายแนะนำเส้นทางเชื่อมต่อ การบำรุงรักษาทางให้เรียบ ไม่มีสิ่งกีดขวาง และป้องกันไม่ให้รถจักรยานยนต์เข้ามาใช้ ที่สำคัญคือต้องตอบคำถามให้ได้ว่าทางนั้นสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใครใช้ เพราะแต่ละกลุ่มผู้ใช้มีลักษณะการใช้ที่แตกต่างกัน&#8221;</p>
<p>วีระพันธ์แบ่ง กลุ่มผู้ใช้จักรยานโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ออกเป็น ๔ กลุ่มหลัก โดย ๓ กลุ่มแรก ได้แก่ กลุ่มที่ใช้จักรยานในระยะทางไม่เกิน ๓ กิโลเมตร ได้แก่ กลุ่มเด็กนักเรียนรวมถึงพ่อแม่ที่ขี่จักรยานไปส่งลูกที่โรงเรียน กลุ่มแม่บ้านที่ขี่จักรยานไปจ่ายตลาด และกลุ่มที่ขี่จักรยานเพื่อไปต่อรถบริการขนส่งมวลชน อีกกลุ่มคือกลุ่มที่ขี่จักรยานเพื่อการท่องเที่ยวและออกกำลังกายซึ่งจะขี่ใน ระยะทางไกลๆ กลุ่มที่เหลือคือกลุ่มที่ใช้จักรยานเป็นพาหนะหลักในการเดินทางในชีวิตประจำ วันซึ่งยังถือเป็นส่วนน้อย</p>
<p>ทั้งยังให้ความเห็นว่า ทางจักรยานสมัยแรกๆ อย่างเช่นทางประดิษฐ์มนูธรรมที่สร้างขึ้นในสมัยผู้ว่าฯ พิจิตต รัตตกุล มีความยาว ๑๒ กิโลเมตร เป็นเส้นทางที่เรียบ สะอาด และค่อนข้างร่มรื่น แต่ก็ยังมีคนใช้ไม่มากเนื่องจากเป็นทางที่ไม่มีชุมชนตั้งอยู่มากนัก สองข้างทางมีหมู่บ้านราคาแพงอยู่ประปราย และเป็นทางที่เชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนได้ยาก</p>
<p>สัจจา ขุทรานนท์ สมาชิกชมรมฯ อีกท่านมองว่า แต่เดิมถนนหนทางเกิดขึ้นมาจากการเดินเท้าของมนุษย์จนดินสึกจึงเกิดเป็นทาง สาธารณะที่ใช้ร่วมกัน เช่นเดียวกับทางจักรยาน การจะผลักดันให้เกิดขึ้นได้น่าจะมาจากการช่วยกันรณรงค์ใช้จริง แล้วในที่สุดวันหนึ่งสังคมจะหันมาเห็นความสำคัญของจักรยาน ระหว่างนี้ถนนที่ยังไม่มีทางจักรยาน ผู้ใช้ก็สามารถขี่ได้ในช่องทางซ้ายสุดของผิวจราจร ซึ่งกฎหมายก็ระบุไว้ว่าจักรยานมีสิทธิ์ใช้ถนนได้เท่าเทียมกับยานพาหนะอื่นๆ โดยผู้ขับขี่จักรยานไปทั่วทุกตรอกซอกซอยเช่นเขาและอีกหลายๆ คนยืนยันแล้วว่าขี่ได้จริง</p>
<p>ที่สำคัญกว่าการเป็นเพียงยานพาหนะสอง ล้อคันเล็กๆ บางครั้ง &#8220;จักรยาน&#8221; ยังหมายถึง &#8220;วัฒนธรรม&#8221;&#8211;ระบบความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และมนุษย์กับธรรมชาติ หลายคนบอกว่าจักรยานได้ช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต บางคนค้นพบตัวตนใหม่จากการพาตัวเองไปให้ถึงจุดหมายได้ด้วยสองขา จักรยานพาหลายๆ คนออกสู่โลกกว้าง พบปะผู้คนและผูกมิตรภาพ บางครั้งก่อเกิดเป็น &#8220;ชุมชนจักรยาน&#8221; ที่ชาวนักปั่นเกื้อกูลกันสารพัดเทคนิควิธี อาทิ วิธีการขี่จักรยานอย่างปลอดภัยเมื่อเข้าใกล้รถเมล์เล็ก วิธีการจอดจักรยานให้รอดพ้นจากมือโจรหรือเทศกิจ คำแนะนำที่จำเป็นสำหรับผู้เริ่มต้น ฯลฯ<br />
ในหลายเมืองทั่วโลก วัฒนธรรมจักรยานได้ให้กำเนิดกิจกรรมอย่าง &#8220;Critical Mass&#8221; ซึ่งมีแนวคิดว่าชาวจักรยานจะอยู่ได้ก็ด้วยการร่วมแรงร่วมใจกัน คนข้ามถนนกลุ่มใหญ่ย่อมมีพลังกว่าเดินข้ามถนนคนเดียวฉันใด การขี่จักรยานเป็นกลุ่มก็ย่อมมีพลังกว่าขี่คนเดียวฉันนั้น ด้วยเหตุนี้บรรดานักปั่นจึงนัดรวมตัวกันขี่จักรยานบนถนนในเมืองทุกวันศุกร์ สิ้นเดือนเพื่อขอพื้นที่ให้พาหนะเล็กๆ นี้บ้าง สำหรับในประเทศไทย กิจกรรม Critical Mass เพิ่งจะเริ่มขึ้นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์นี้เอง โดยมีชาวจักรยานจากหลากหลายสาขาอาชีพเข้าร่วมเกือบ ๓๐๐ คน และหวังว่าคงจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่เสียงของชาวจักรยานยังถูกกลบด้วยเสียง เครื่องยนต์ เผื่อว่าใครหลายๆ คน ที่เกือบลืมไปแล้วว่าขี่จักรยานเป็นอาจจะลุกขึ้นมาร่วมขบวนกับพวกเขาดูสักที</p>
<p>ในยุคที่โลกใบร้อนโคจรมาพบเศรษฐกิจพอเพียง จักรยานหลายๆ คันอาจถูกชุบชีวิตขึ้นมาปัดฝุ่นอีกครั้ง เพื่อพาเราออกเดินทางสู่ยุคต่อไป</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bicycleculture.wordpress.com/43/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bicycleculture.wordpress.com/43/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bicycleculture.wordpress.com/43/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bicycleculture.wordpress.com/43/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bicycleculture.wordpress.com/43/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bicycleculture.wordpress.com/43/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bicycleculture.wordpress.com/43/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bicycleculture.wordpress.com/43/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bicycleculture.wordpress.com/43/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bicycleculture.wordpress.com/43/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bicycleculture.wordpress.com/43/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bicycleculture.wordpress.com/43/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bicycleculture.wordpress.com/43/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bicycleculture.wordpress.com/43/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=43&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/4ec704343f2b6c94cfaf5e21dcf02b8b?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">bicycleculture</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/262111.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">262111</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>‘Critical Mass’ ภารกิจปั่นประท้วง ปฏิวัติสังคมจักรยาน</title>
		<link>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%e2%80%98critical-mass%e2%80%99-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%9b/</link>
		<comments>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%e2%80%98critical-mass%e2%80%99-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%9b/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 09:55:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bicycleculture</dc:creator>
				<category><![CDATA[All]]></category>
		<category><![CDATA[จักรยาน]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bicycleculture.wordpress.com/?p=39</guid>
		<description><![CDATA[บทความ นาตยา บุบผามาศ http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000038000 ย่านที่ยานพาหนะคับคั่งในวันที่ เสรีภาพทางการเงินของคนเมืองมีบทบาทสูงสุด ภาพมหานครที่ถูกครอบครองด้วยการจราจรพิการและมลภาวะอันเลวร้าย จะเกิดอะไรขึ้นถ้าในวัน และเวลา ที่บนถนนมีรถกำลังติดขัดแบบวินาศสันตโรนั้นกลับมีคาราวาน 2 ขา 1 คัน นัดหมายกันตรงใจกลางเมืองเพื่อปั่นจักรยานไปบนท้องถนนที่ไม่มีการสงวนสิทธิ์ ให้คนขี่จักรยานแต่อย่างใด โดยแสดงให้เห็นถึงความหลุดพ้นจากพันธนาการบนท้องถนนด้วยการปั่นจักรยาน และเพื่อต้องการเรียกร้องให้ สังคมหันมาสนใจความต้องการมีส่วนร่วมในการแบ่งพื้นที่บนท้องถนนให้กับนัก ปั่นจักรยาน เพื่อให้สังคมมองคนขี่จักรยานอย่างเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น คาราวานรถจักรยานของเหล่านักปั่นจึงพร้อมใจกัน ทำกิจกรรมดังกล่าวในรูปแบบที่ถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า &#8216;Critical Mass&#8217; ปั่นประท้วง ข้อมูลจากวิกิพีเดียระบุว่า Critical Mass ปกติจัดขึ้นทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ในเมืองต่างๆ ทั่วโลก โดยนักปั่นจักรยาน, skateboard, inline skaters, roller skaters และพาหนะที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง (ไม่มีเครื่องยนต์) จะวิ่งบนถนนในเมืองเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เหตุผลเริ่มแรกเกิดจากผู้ใช้จักรยานตระหนักถึงเมืองที่ไม่เป็นมิตรต่อคนใช้ จักรยาน นัก ปั่น Critical Mass จึงก่อตัวขึ้นมาเองโดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า ไม่มีการแข่งขัน ดำเนินงานอย่างกระจัดกระจาย และการตัดสินใจที่ไม่เป็นทางการ มีผู้นำกลุ่มที่เป็นอิสระ บ่อยครั้งที่ไม่มีการขออนุญาตล่วงหน้า และการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากเทศบาลเมือง โดยทั่วไปเป็นเพียงแค่การนัดหมายสถานที่ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=39&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-93" title="bkkcm-011" src="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/bkkcm-011.jpg?w=510" alt="bkkcm-011"   /></p>
<p><strong>บทความ นาตยา บุบผามาศ</strong><strong><br />
</strong><a href="http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000038000">http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9510000038000</a></p>
<p>ย่านที่ยานพาหนะคับคั่งในวันที่ เสรีภาพทางการเงินของคนเมืองมีบทบาทสูงสุด ภาพมหานครที่ถูกครอบครองด้วยการจราจรพิการและมลภาวะอันเลวร้าย จะเกิดอะไรขึ้นถ้าในวัน และเวลา ที่บนถนนมีรถกำลังติดขัดแบบวินาศสันตโรนั้นกลับมีคาราวาน 2 ขา 1 คัน นัดหมายกันตรงใจกลางเมืองเพื่อปั่นจักรยานไปบนท้องถนนที่ไม่มีการสงวนสิทธิ์ ให้คนขี่จักรยานแต่อย่างใด โดยแสดงให้เห็นถึงความหลุดพ้นจากพันธนาการบนท้องถนนด้วยการปั่นจักรยาน</p>
<p>และเพื่อต้องการเรียกร้องให้ สังคมหันมาสนใจความต้องการมีส่วนร่วมในการแบ่งพื้นที่บนท้องถนนให้กับนัก ปั่นจักรยาน เพื่อให้สังคมมองคนขี่จักรยานอย่างเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น คาราวานรถจักรยานของเหล่านักปั่นจึงพร้อมใจกัน ทำกิจกรรมดังกล่าวในรูปแบบที่ถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า &#8216;Critical Mass&#8217;</p>
<p><strong>ปั่นประท้วง</strong><br />
ข้อมูลจากวิกิพีเดียระบุว่า Critical Mass ปกติจัดขึ้นทุกวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ในเมืองต่างๆ ทั่วโลก โดยนักปั่นจักรยาน, skateboard, inline skaters, roller skaters และพาหนะที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง (ไม่มีเครื่องยนต์) จะวิ่งบนถนนในเมืองเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เหตุผลเริ่มแรกเกิดจากผู้ใช้จักรยานตระหนักถึงเมืองที่ไม่เป็นมิตรต่อคนใช้ จักรยาน</p>
<p>นัก ปั่น Critical Mass จึงก่อตัวขึ้นมาเองโดยไม่มีวัตถุประสงค์ทางการค้า ไม่มีการแข่งขัน ดำเนินงานอย่างกระจัดกระจาย และการตัดสินใจที่ไม่เป็นทางการ มีผู้นำกลุ่มที่เป็นอิสระ บ่อยครั้งที่ไม่มีการขออนุญาตล่วงหน้า และการอนุมัติอย่างเป็นทางการจากเทศบาลเมือง โดยทั่วไปเป็นเพียงแค่การนัดหมายสถานที่ วัน และเวลา ในบางเมืองเรื่องเส้นทางจุดสิ้นสุดหรือสถานที่สำคัญระหว่างทางอาจจะเป็นการ วางแผนกันเฉพาะหน้า</p>
<p>การปั่น Critical Mass ถูกรับรู้กันว่าเป็นเช่นกิจกรรมการประท้วง บทความนิตยสาร New Yorker ปี 2006 อธิบายกิจกรรม Critical Massใน New York ว่า &#8216;การปั่นประท้วงประจำเดือน&#8217;และลักษณะของ Critical Mass ยังถือเป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวทางสังคมด้วย อย่างไรก็ดีผู้เข้าร่วม Critical Mass ยืนยันว่า เหตุการณ์นี้ควรถูกมองว่าเป็น การพบปะสังสรรค์ และการรวมกลุ่มที่เป็นไปเองโดยธรรมชาติ ไม่ใช่การประท้วงหรือการเดินขบวนที่ถูกจัดการ การปั่น Critical Massในเมืองเล็กๆ ทุกเดือนอาจมีคนมาร่วมน้อยกว่า 20 คนแต่ขณะเดียวกันในบางประเทศก็อาจมีคนใช้จักรยานเข้าร่วมกว่าหมื่นคน</p>
<p>การปั่น Critical Mass ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันศุกร์ 25 กันยายน 1992 เวลา 6 โมงเย็นในSan Franciscoปัจจุบันประมาณกันว่ามีการปั่นจักรยานแบบ Critical Mass มากกว่า 325 เมืองทั่วโลก</p>
<p><strong>ปลายทางเพื่อเส้นทางจักรยาน</strong><br />
และ เวลานี้กิจกรรม Critical Mass เกิดขึ้นจริงแล้วในเมืองไทย โดยในครั้งแรกคาราวานนักปั่นได้เริ่มก่อตัวขึ้นเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 29 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา บริเวณหน้าสยามดิสคัฟเวอร์รี แยกปทุมวัน ถือเป็น Critical Mass ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย โดยการริเริ่มความคิดจาก ชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย และ thaiMTB.com เพราะสภาพการจราจรในปัจจุบันที่ไม่เอื้ออำนวยแก่จักรยาน ผู้ที่ใช้ถนนยังไม่รู้จักการใช้ถนนร่วมกับจักรยาน อีกทั้งภาครัฐฯไม่ได้สนับสนุนหรือส่งเสริมเพียงพอในเรื่องช่องทางสำหรับ จักรยานบนถนน ทำให้ในครั้งนั้นมีนักปั่นให้การตอบรับร่วมรณรงค์และปลูกจิตสำนึกในการแบ่ง ปันด้วยการจัดกิจกรรม Critical Mass เป็นจำนวนกว่า 400 คน</p>
<p>สัจจา ขุทรานนท์ ที่เพื่อนๆ นักปั่นเรียกกันว่า น้าเป็ด จากชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย หรือ Thailand Cycling Club เรียกสั้นๆ ว่า TCC ไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการทำ Critical Mass ในบ้านเราให้ให้ฟังว่า</p>
<p>&#8220;จากนี้ไป Critical Mass จะเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกเดือน เป็นกิจกรรมที่แสดงถึงการถือสิทธิ์ในการใช้ถนนได้ ถนนไม่ใช่รถยนต์เพียงอย่างเดียว เพื่อกระตุ้นให้ภาครัฐฯ หันมาสนใจสร้างทางจักรยาน เพื่อชักชวนให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานในชีวิตประจำวัน และเพื่อเป็นทางเลือกรัฐฯจึงต้องสร้างทางจักรยานให้ผู้สัญจรที่ใช้จักรยาน เป็นการเฉพาะเพื่อลดอุบัติเหตุจากการที่ผู้ขับขี่รถยนต์ประมาทชนคนขับขี่ จักรยาน</p>
<p>&#8220;เป้า หมายหลักของ Critical Mass คือการรณรงค์ให้คนหันมาปั่นจักรยานกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเป้าหมายแฝงนั้นคือ การให้ได้ทางจักรยานของจริง คือพวกเราอยากเห็นทางจักรยานเกิดขึ้นใน กทม. จะให้มาโดยง่ายนั้นคิดว่ายาก จึงมารวมกันเรียกร้องสิทธิ์นี้ขึ้น  เพื่อไม่ให้หน่วยงานใดที่ เกี่ยวกับการทำถนนลืมว่า  จักรยานนั้นมีสิทธิ์ที่จะใช้เส้นทางบน ถนนเช่นเดียวกัน ผมปรารถนาและมุ่งมั่นที่จะเห็นทางจักรยานใน กทม.</p>
<p>&#8220;ย้อนกลับไปก่อนเกิด Critical Mass ในบ้านเรา เราก็ทราบกันอยู่ว่า ก่อนหน้านี้การขอทางจักรยานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยวิธีการต่างๆ นาๆ ได้ทำกันมานักต่อนักแล้วแต่ไม่เป็นผลสำเร็จ ส่วนใหญ่ที่ทำกันก็คือ การขอกันแบบตรงๆ จากนั้นเราก็ทราบว่า โอกาสจะได้นั้นน้อยมากเต็มที เหตุนี้เองจึงได้มีการเปลี่ยนวิธีคิด วิธีทำใหม่ โดยคิดว่า หากให้คนมาปั่นจักรยานกันเยอะๆ จนถึงปริมาณหนึ่งที่มากพอจนกลายเป็น Critical Mass จนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทนเพิกเฉยอยู่ไม่ได้ จะถูกบังคับให้สร้างทางจักรยาน และนั่นคือที่มา และผลลัพธ์ที่เกิดจากการจัด Critical Mass ซึ่งไม่ค่อยเหมือนประเทศอื่นๆ ที่เขามีทางจักรยานอยู่บ้างแล้ว&#8221;</p>
<p>สรุปแล้วเป้าหมายปลายทางของ Critical Mass จริงๆ คือ การให้ได้มาซึ่ง &#8216;ทางจักรยานของจริง&#8217; เพียงแต่เราเอารูปแบบของ Critical Mass เป็นภาพวางไว้ข้างหน้าเท่านั้น</p>
<p>โดยน้าเป็นได้ขยายความถึงคำว่า &#8216;ทางจักรยานของจริง&#8217; ในแนวคิดส่วนตัวให้ฟังด้วยว่า</p>
<p>&#8220;ทางจักรยานของจริง นั้นควรจะต้องประกอบด้วย ลักษณะทางที่เป็นมาตรฐาน ที่ประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่เขาทำกัน เป็นเครือข่ายเชื่อมโยง หรือต่อกัน ยิ่งได้มากเท่าไรก็เป็น &#8220;ของจริง&#8221;มากขึ้นเท่านั้น ให้ความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ มีการใช้เกิดขึ้นในปริมาณที่คุ้มต่อการสร้างทาง มีการบริหารจัดการ เช่น การออกระเบียบ กฎหมาย มีการบำรุงรักษาสม่ำเสมอ มีการปรับปรุงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และข้อสุดท้ายที่เป็นของจริงแท้ คือเป็นทางตัวอย่างที่ประเทศอื่นๆ ต้องมาดูนำไปใช้<br />
ทางจักรยานในบางกอกเมืองหลวงของ เรานั้นต้องทำแผนรองรับขึ้นมาได้ในขณะนี้แล้ว เพราะตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปเป็นจังหวะของเรื่องน้ำมันขึ้นราคา</p>
<p>&#8220;เท่าที่ทราบ กทม.เขาส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดินทางไปดูงานต่างประเทศแล้วหลายคน อันนี้มีใครรู้จักบ้างอยากจะขอบอกผ่านไปยังท่านผู้ว่าด้วย ว่าให้เขาไปดูงานแล้ว กลับมาแล้วไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเลย คิดแล้วมันน่าเสียดายเวลา&#8221; น้าเป็ดเล่าให้ฟัง</p>
<p><strong> ทางสัญจรสาธารณะ</strong><br />
เวลานี้หลักการ Critical Mass เป็นหัวข้อของการวิจารณ์ติเตียนจากเจ้าหน้าที่รัฐฯและคนขับรถในหลายๆเมือง เรื่องการสัญจรสาธารณะมีทางการอ้างว่า Critical Mass มีเจตนาไตร่ตรองอย่างรอบครอบที่จะขัดขวางการสัญจรของรถและขัดขวางความปกติ สุขของการจราจรในเมือง มีผลทำให้เกิดการจับกุมบางคนใน Critical Mass ที่ปฏิเสธการเชื่อฟังกฎจารจร</p>
<p>ท่า ทีของ Critical Massนี้นำไปสู่การโต้แย้ง ความถูกต้องทางกฎหมายว่า เหตุการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นโดยไม่ต้องขออนุญาตตำรวจท้องที่หรือไม่ ทำให้กลุ่มที่สนับสนุนการปั่นจักรยานบางกลุ่มเป็นห่วงถึงธรรมชาติของความขัด แย้งของ Critical Mass และการทะเลาะวิวาทกับคนขับรถ การไม่ให้อภัยในเหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ ของความรุนแรงและความหยาบคาย ทำให้ไม่ได้รับการสนับสนุนจากสาธารณะชนต่อคนใช้จักรยาน ขณะที่ San Francisco Bicycle Coalition ให้เครดิต Critical Mass ทำให้ประเด็นจักรยานขึ้นมามีความสำคัญและสนับสนุนช่วยเหลือการรวมตัวของผู้ ใช้จักรยาน</p>
<p>มงคล วิจะระณะ ที่คาราวานนักปั่นรู้จักกันในนาม น้าหมี รองประธานชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพแห่งประเทศไทย บอกว่า ถึงแม้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบกับคนส่วนใหญ่ เกี่ยวกับสถานการณ์ขี่จักรยานบนถนนของคนใช้จักรยาน หรือส่งผลถึงการรับรู้ต่อสาธารณะชนของคนใช้จักรยาน แต่ตัวอย่างบางอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าขอบเขต ของการปั่นจักรยานขยายเข้าไปในหลายวัฒนธรรมย่อย</p>
<p>&#8220;ตอน นี้ชาวจักรยานในเมืองไทย ได้เริ่มรวมตัวกันจัดกิจกรรม Critical Mass ของชาวจักรยานทุกเย็นวันศุกร์สุดท้ายของเดือน ในจุดที่รถติดหนักของ กทม.ในวันเงินเดือนออก</p>
<p>&#8220;หลายๆ คนเข้าใจผิด คิดว่าเป็นพวกจักรยานป่วนเมือง เหมือนเด็กแว้นส์ที่ขี่มอเตอไซต์ จริงๆ แล้วเป็นเพียงการนัดกันออกมาปั่น โดยไม่มีแกนนำหรืออ้างอิงองค์กรใดๆ แค่นัดกันปั่นบ่อยๆ เกาะกลุ่มชิดซ้ายปฏิบัติตามกฎจราจร ไม่ได้ก่อม๊อบประท้วง หรือแสดงเจตนากีดขวาง ยึดครองพื้นผิวจราจร ไม่มีการเตรียมรถพยาบาล รถนำขบวน รถท้ายขบวนเพราะการใช้จักรยานบนท้องถนนในชีวิตจริงคงไม่มีองค์ประกอบเหล่า นี้มาร่วมด้วยแน่</p>
<p>&#8220;ผลกระทบเรื่องการสร้างความ เดือดร้อนแก่สังคมที่หลายๆ คนวิจารณ์หรือคาดเดาเอา ถ้าได้มาร่วมอยู่ในเหตุการณ์ด้วยจะพบว่าไม่ได้รุนแรงบานปลายอย่างที่หลายคน หวั่นเกรงเราไม่ได้ออกมาขี่เพื่อเรียกร้องหรือชวนทะเลาะกับใคร แต่ละคนเป็นเพียงปุตุชนคนธรรมดา ที่ออกมาร่วมจำลองเหตุการณ์สถานการณ์ให้ได้รับรู้ว่า ถ้าเกิดมีการนำจักรยานออกมาใช้ในชีวิตประจำวันจริงประมาณนี้ สังคมและบ้านเมืองจะมีการปรับเปลี่ยนอะไรให้เข้ากันได้บ้างอย่างมีความสุข การสร้างอารมณ์ร่วมให้เป็นที่ยอมรับของผู้ใช้ยวดยาน เป็นงานยากที่สุดที่จะคาดเดาได้ว่าจะมีผลตอบสนองอย่างไร บอกได้แต่เพียงว่า เราไม่ได้ทำเพียงเพื่อตัวของเราเองเท่านั้น แต่เรากำลังทำเพื่อคนที่จะมาใช้จักรยานร่วมกันในอนาคต จึงอยากแอบกระซิบคนที่กำลังแอบมองอยู่ว่า สักวันหนึ่งจักรยานที่ใช้ชีวิตจริงบนท้องถนน อาจจะมีคุณหรือคนที่คุณรักร่วมอยู่ด้วยก็เป็นได้</p>
<p>&#8220;บาง ครั้งตัดสินใจโดยการโหวตแนะนำเส้นทาง หลายครั้งใช้ถ่ายเอกสารแจกจ่ายอธิบายวิธีการ เส้นทางทุกๆ คนสามารถแสดงความคิดเห็นทำแผนที่ของตัวเองและแจกจ่ายมันให้นักปั่นที่มาร่วม ในกลุ่ม จนกระทั่งเส้นทางการปั่นถูกตัดสินใจโดยคนส่วนใหญ่ ธรรมชาติของการไร้การจัดการทำให้รอดพ้นการหยุดยั้งของเจ้าหน้าที่ผู้ซึ่ง เห็นว่าการปั่นนี้เป็นขบวนพาเหรดหรือการประท้วงที่ถูกจัดการ ดังนั้นการเคลื่อนไหวแบบไร้รูปแบบปราศจากการจัดการโครงสร้างจากศูนย์กลาง ลำดับชั้น องค์กรนั้นเพียงพอแล้วที่จะนำไปสู่การสร้างจำนวนผู้เข้าร่วม Critical Massที่หนาแน่นพอที่จะยึดครองพื้นที่ถนนและสามารถกันรถยนต์ออกไปได้&#8221;</p>
<p>นาทีนี้คนที่ใช้จักรยานในชีวิต ประจำวันจริงๆ ยังต้องการสิ่งอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยบนท้องถนนอีกมาก โดยแต่ละคนยังคงใช้ชีวิตเสี่ยงกับฝาท่อและผิวจราจรด้านซ้ายที่ไม่เอื้ออำนวย ต่อความปลอดภัย การเอาชีวิตรอดบนท้องถนนไปวันๆ ควรได้รับการใส่ใจจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจากชาวบ้านด้วยกันเองที่ใช้ถนน ร่วมกัน จากหน่วยงานรัฐฯ ที่สามารถจัดสรรพื้นที่ และกฎระเบียบที่เหมาะสมเพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย</p>
<p>นั่นคือองค์ประกอบรวมปลีกย่อย มากมายที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ในพริบตาต้องใช้เวลาในการจัดการปรับสภาพ กันอีกนานซึ่งถ้ายังไม่มีการเริ่มบทสรุปของผลสำเร็จในการจัดการก็คงยังต้อง ยืดเยื้อกันต่อไป</p>
<p><strong> โปรดระวังรถจักรยาน</strong><br />
แต่เนื่องจากโครงสร้างที่ไม่มี ผู้นำของ Critical Mass จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน ทำให้ผู้เข้าร่วมแต่ละคนอาจมีเป้าหมายแตกต่างกัน เช่น ร่วมแสดงถึงทางเลือกในการสัญจรโดยใช้จักรยาน และความสนุกสนานในช่วงเวลาที่ไม่มีรถบนถนน</p>
<p>วรเทพ ชูพงษ์ หรือ คุณหมา บอกถึงเป้าหมายในการทำ Critical Mass ของเขาว่า เป็นการทำให้คนขับรถหรือคนในสังคมทั่วไปที่ยังไม่เห็นว่าการขี่จักรยานบน ท้องถนนเป็นสิทธิอันชอบธรรมของผู้ใช้จักรยาน หรือให้คนที่นั่งรถติดอยู่และคิดอยากจะขี่แต่กลัว ๆ กล้า ๆ เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ทำได้หันมาคิดในมุมมองที่ชาวจักรยานคิดบ้าง</p>
<p>&#8220;คน ส่วนมากคงไม่รู้หรอกว่า ที่เราทำกันมันเรียกว่า Critical Massบางคนที่เป็นผู้เข้าร่วมปั่นเองบางทีก็ยังไม่เข้าใจถึงหลักการจริงๆ ก็มี บางครั้งการทำเช่นนี้มันก็เลยสร้างความสับสน และความไม่พึงพอใจให้กับผู้พบเห็น หรือผู้ใช้รถยนต์ได้เหมือนกัน</p>
<p>&#8220;ถ้าเป็นที่เมืองนอกการกระตุ้น เตือนในวัฒนธรรมฝรั่ง อาจจะต้องใช้แรงนิดนึง เป้าหมายของเขาอาจจะมีส่วนสร้างความเดือดร้อนให้กับคนหมู่มาก และผู้ขับรถ แต่ของกรุงเทพฯ เราเท่าที่ดูเมื่อครั้งที่ผ่านมานั้น ก็เรียบร้อยดีเป็นส่วนใหญ่นะครับ คนขับรถโดยมากไม่ได้แสดงอาการรำคาญมากไป บีบแตรเล็กน้อย ๆ ไม่ว่ากันอยู่แล้ว&#8221;</p>
<p>ทางด้าน ศุภโชค นาฑีทอง ผู้ที่นั่งกุมพวงมาลัยอยู่ในรถยนต์ที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำ ในวันเงินเดือนออก แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทำ Critical Mass ว่า</p>
<p>&#8220;ส่วนตัวผมไม่รู้จักหรอกนะว่า สิ่งที่พวกนักปั่นจักรยานทำกันอยู่นี้เรียกว่าอะไร ผมไม่มีความรู้เรื่อง Critical Mass มาก่อนด้วย ผมเพียงแค่คิดว่าที่เขาทำกันอยู่นี้เป็นการนึกสนุกอยากปั่นจักรยานเป็น ทีมมากกว่า คงเป็นการปั่นจักรยานเพื่อออกกำลังกาย หรือเพื่อการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ผมยังไม่รู้สึกถึงการรณรงค์เรื่องอะไรที่ชัดเจน</p>
<p>&#8220;ส่วน เรื่องการแบ่งพื้นที่บนท้องถนนไปใช้หรือการทำให้รถติดนั้นผมว่ามันเป็น เรื่องเล็กน้อยมาก เพราะถ้าไม่มีพลพรรคปั่นจักรยานเหล่านี้รถก็ยังติดอยู่ และเท่าที่ผมเห็นเหตุการณ์คือ พวกเขาก็ปั่นไปเรื่อยๆ ไม่ได้หยุดกีดขวางหรือทำการสกัดกั้นการจราจราแต่อย่างได้ เพียงแต่ต้องรอให้พวกเขาออกตัวไปก่อนก็เท่านั้น ทุกอย่างก็เป็นปกติ</p>
<p>&#8220;แต่ก็มีรถยนต์บางคันเหมือนกัน ที่ผมเห็นถึงความไม่พอใจในเหล่านักปั่นเหล่านี้ แล้วบีบแตรไล่ เขาคงเป็นห่วงรถยนต์ราคาแพงของเขาโดยอาจจะกลัวได้รับการขีดข่วน หรือกลัวการเกิดอุบัติเหตุเสียมากว่า กรณีอย่างนี้ผมมองว่าควรจะเห็นอกเห็นใจกันคนละครึ่งทาง เพราะการปั่นจักรยานนั้นก็ดี ในสภาวะที่น้ำมันแพงอย่างนี้&#8221; ศุภโชค กล่าว</p>
<p>Critical Mass ความพยายามที่จะสร้างทัศนคติใหม่ของคนใช้รถใช้ถนน มหานครนี้คงจะน่าอยู่ขึ้นหากคนเริ่มแบ่งปันถนนให้คนได้ใช้จักรยานกันมากขึ้น ประโยชน์ก็เห็นๆ ด้วยราคาน้ำมันที่แพงขึ้น และภาวะโลกร้อน กับผู้ที่ขาดการออกกำลังกาย อย่างไรก็ตามการขี่จักรยานเพื่อการคมนาคมก็เป็นทางหนึ่งที่จะแก้ปัญหาเหล่า นี้ได้</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bicycleculture.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bicycleculture.wordpress.com/39/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bicycleculture.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bicycleculture.wordpress.com/39/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bicycleculture.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bicycleculture.wordpress.com/39/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bicycleculture.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bicycleculture.wordpress.com/39/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bicycleculture.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bicycleculture.wordpress.com/39/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bicycleculture.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bicycleculture.wordpress.com/39/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bicycleculture.wordpress.com/39/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bicycleculture.wordpress.com/39/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=39&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%e2%80%98critical-mass%e2%80%99-%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%88%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b8%9b/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/4ec704343f2b6c94cfaf5e21dcf02b8b?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">bicycleculture</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/bkkcm-011.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bkkcm-011</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>จักรยานพาหนะที่ใช้พลังงานมีประสิทธิ์ภาพมากที่สุดในโลก</title>
		<link>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 06:26:44 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bicycleculture</dc:creator>
				<category><![CDATA[All]]></category>
		<category><![CDATA[จักรยาน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสิทธิภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bicycleculture.wordpress.com/?p=24</guid>
		<description><![CDATA[เราคงเคยสงสัยว่าจักรยานมีประสิทธิภาพในความหมายของการเคลื่อนที่ดีแค่ไหน สถาบัน The Worldwatch Institute ตีพิมพ์สถิติที่น่าทึ่งของการใช้จักรยาน เปรียบเทียบกับพลังงานที่ถูกใช้ไปต่อผู้โดยสารต่อไมล์( แคลอรี่ ) พวกเขาพบว่าจักรยานต้องการเพียง 35แคลอรี่ ในขณะที่รถยนต์ต้องการถึง 1,860แคลอรี่  ส่วนรถประจำทางและรถไฟอยู่ระหว่างกลาง และการเดินยังคงใช้แคลอรี่มากกว่า3เท่าของการปั่นจักรยาน พวกเขายังสนใจการวัดของ จำนวนคนต่อชั่วโมงที่กว้าง1เมตรที่ขนส่งไปได้ ในกรณีนี้ รถไฟทำคะแนนได้ดีที่สุดที่ 4,000คน แต่รถยนต์ในการจรจรทำคะแนนแย่ที่สุดเพียง 170คน จักรยานทำใช้ได้ถ้าเทียบกับรถยนต์ได้ที่ 1,500คนต่อชั่วโมง นี่คือสิ่งที่คนใช้จักรยานรวมตัวแออัดกันตามเมืองต่างๆรอบโลกพิสูจน์ให้เห็นแบบง่ายๆเป็นประจำในการปั่นCritical Mass นอกจากนี้จักรยานมีส่วนช่วยสุขภาพของประชากร ในสหรัฐอเมริกามีผู้ใช้จักรยานเดินทางเพียง 1% พบว่ามีประชากรผู้ใหญ่ที่อ้วนเกินไป 30% และใช้จ่ายเพื่อสุขภาพคิดเป็น 14.6%ของGDP. ต่างกับเนเธอร์แลนด์ที่ 28%เดินทางโดยจักรยานมีประชากรผู้ใหญ่ที่อ้วนเกินไปเพียง 10% และใช้จ่ายเพื่อสุขภาพคิดเป็น 8.8%ของGDP. พลังงานที่ถูกใช้ไปต่อผู้โดยสารต่อไมล์ (แคลอรี่) รถยนต์         1,860 รถโดยสาร   920 รถไฟ           885 เดิน              100 จักรยาน [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=24&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-full wp-image-25 alignnone" title="copy-of-critical_mass" src="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/copy-of-critical_mass.jpg?w=510" alt="copy-of-critical_mass"   /></p>
<p>เราคงเคยสงสัยว่าจักรยานมีประสิทธิภาพในความหมายของการเคลื่อนที่ดีแค่ไหน สถาบัน The Worldwatch Institute ตีพิมพ์สถิติที่น่าทึ่งของการใช้จักรยาน เปรียบเทียบกับพลังงานที่ถูกใช้ไปต่อผู้โดยสารต่อไมล์( แคลอรี่ ) พวกเขาพบว่าจักรยานต้องการเพียง 35แคลอรี่ ในขณะที่รถยนต์ต้องการถึง 1,860แคลอรี่  ส่วนรถประจำทางและรถไฟอยู่ระหว่างกลาง และการเดินยังคงใช้แคลอรี่มากกว่า3เท่าของการปั่นจักรยาน</p>
<p>พวกเขายังสนใจการวัดของ จำนวนคนต่อชั่วโมงที่กว้าง1เมตรที่ขนส่งไปได้ ในกรณีนี้ รถไฟทำคะแนนได้ดีที่สุดที่ 4,000คน แต่รถยนต์ในการจรจรทำคะแนนแย่ที่สุดเพียง 170คน จักรยานทำใช้ได้ถ้าเทียบกับรถยนต์ได้ที่ 1,500คนต่อชั่วโมง นี่คือสิ่งที่คนใช้จักรยานรวมตัวแออัดกันตามเมืองต่างๆรอบโลกพิสูจน์ให้เห็นแบบง่ายๆเป็นประจำในการปั่นCritical Mass</p>
<p>นอกจากนี้จักรยานมีส่วนช่วยสุขภาพของประชากร ในสหรัฐอเมริกามีผู้ใช้จักรยานเดินทางเพียง 1% พบว่ามีประชากรผู้ใหญ่ที่อ้วนเกินไป 30% และใช้จ่ายเพื่อสุขภาพคิดเป็น 14.6%ของGDP. ต่างกับเนเธอร์แลนด์ที่ 28%เดินทางโดยจักรยานมีประชากรผู้ใหญ่ที่อ้วนเกินไปเพียง 10% และใช้จ่ายเพื่อสุขภาพคิดเป็น 8.8%ของGDP.</p>
<p><strong>พลังงานที่ถูกใช้ไปต่อผู้โดยสารต่อไมล์ (แคลอรี่)</strong><br />
รถยนต์         1,860<br />
รถโดยสาร   920<br />
รถไฟ           885<br />
เดิน              100<br />
จักรยาน      35</p>
<p><strong>จำนวนคนต่อชั่วโมงที่กว้าง1เมตรที่ขนส่งไปได้ (คน)</strong><br />
รถไฟ (ที่วิ่งระหว่างตัวเมืองกับชานเมือง)  4,000<br />
คนเดิน        3,600<br />
รถเมล์         2,700<br />
จักรยาน      1,500<br />
รถยนต์        170</p>
<p><strong>จำนวนจักรยานต่อประชากร 1,000คน (mid-1990s) (คัน)</strong><br />
สหรัฐอเมริกา   385<br />
เยอรมันนี         588<br />
เนเธอแลนด์     1,000</p>
<p><strong>เปอร์เซ็นต์คนเดินทางในเมืองโดยใช้จักรยาน (1995) (%)</strong><br />
สหรัฐอเมริกา    1<br />
เยอรมันนี          12<br />
เนเธอแลนด์      28</p>
<p><strong>เปอร์เซ็นต์ผู้ใหญ่น้ำหนักเกินมาตราฐาน (2003) (%)</strong><br />
สหรัฐอเมริกา   30.6<br />
เยอรมันนี         12.9<br />
เนเธอแลนด์    10.0</p>
<p><strong>เปอร์เซ็นต์ค่าใช้จ่ายการรักษาสุขภาพเทียบกับGDP (2002) (%)</strong><br />
สหรัฐอเมริกา  14.6<br />
เยอรมันนี        10.9<br />
เนเธอแลนด์      8.8</p>
<p><span style="color:#999999;">อ้างอิง<br />
<a href="http://www.treehugger.com/files/2006/07/world_most_ener.php">http://www.treehugger.com/files/2006/07/world_most_ener.php</a><br />
<a href="http://www.worldwatch.org/node/4057">http://www.worldwatch.org/node/4057</a></span></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bicycleculture.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bicycleculture.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bicycleculture.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bicycleculture.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bicycleculture.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bicycleculture.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bicycleculture.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bicycleculture.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bicycleculture.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bicycleculture.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bicycleculture.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bicycleculture.wordpress.com/24/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bicycleculture.wordpress.com/24/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bicycleculture.wordpress.com/24/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=24&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/4ec704343f2b6c94cfaf5e21dcf02b8b?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">bicycleculture</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/copy-of-critical_mass.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">copy-of-critical_mass</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>จักรยานพาหนะสำหรับโลกใบเล็ก</title>
		<link>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%83-2/</link>
		<comments>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%83-2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 06:12:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bicycleculture</dc:creator>
				<category><![CDATA[All]]></category>
		<category><![CDATA[จักรยาน]]></category>
		<category><![CDATA[ประสิทธิภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[พลังงาน]]></category>
		<category><![CDATA[เชื้อเพลิง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://bicycleculture.wordpress.com/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[โลกเรามีจักรยาน4เท่าของรถยนต์ ประมาณ2พันล้านคัน และ1พันล้านคนใช้ประโยชน์จากจักรยานอย่างจริงจัง ตัวเลขนี้บ่งบอกความสำคัญได้ในตัวมันเอง  การปั่นจักรยานปราศจากการใช้เชื้อเพลิง  การเคี้ยวอาหารเช้าและอาหารกลางวันที่เหมาะสมเพียงครึ่งเดียว ก็พาคุณไปได้ไกลกว่า 140กม.( 87ไมล์ ) ต่อวันโดยไม่ใช้ไฟฟ้า, น้ำมัน, ก๊าซ, ไฮโดรเจนหรือแบตเตอรี่  และคุณสามารถปั่นไปพร้อมๆกันได้4-6คนโดยใช้พื้นที่เท่ากับรถยนต์คันเดียว รถยนต์เป็นยานพาหนะในการเดินทางที่ไม่ได้คำนึงถึงสภาพแวดล้อมไม่เป็นมิตรกับผู้คน ทุกๆปีบนท้องถนนมีคนตาย 250,00คนและบาดเจ็บ 10,000,000คน ( เมืองลอสแอนเจอลิสประมาณมากกว่า 40%ของพื้นที่ให้ไปกับรถยนต์ รวมทั้งการใช้พลังงานอย่างมหาศาลด้วย ) ในการทำจักรยานใช้เหล็ก 7กก. เทียบกับ 816กก.สำหรับรถยนต์ ใช้เพียงแค่ 0.8% หรือได้รถจักรยาน 116คันต่อรถยนต์ 1คัน และยังมีของเสียในกระบวนการผลิตอีก แค่ในยุโรป ยางรถยนต์250ล้านเส้นถูกทิ้งทุกปี และใช้น้ำมัน 1,400ล้านลิตรในกระบวนการผลิตนี้ ในประเทศกำลังพัฒนาจักรยานขนส่งผู้คนจำนวนมหาศาล โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  นี่คือแหล่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพ ถ้าเราแปลงกระบวนการการจัดการทรัพยากร เพื่อการผลิตและบริการ รวมถึงการเดินทางโดยจักรยาน1คัน เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทางนิเวศน์( Ecological Footprint )เทียบเท่ากับการใช้พื้นที่ 122ตร.ม. ขณะที่รถยนต์เดินทางเท่ากัน ใช้พื้นที่ถึง 1,442 ตร.ม. ต่างกันถึง10เท่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=19&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="size-full wp-image-21 alignnone" title="bike-illo1" src="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/bike-illo1.jpg?w=510" alt="bike-illo1"   /></p>
<p>โลกเรามีจักรยาน4เท่าของรถยนต์ ประมาณ2พันล้านคัน และ1พันล้านคนใช้ประโยชน์จากจักรยานอย่างจริงจัง ตัวเลขนี้บ่งบอกความสำคัญได้ในตัวมันเอง  การปั่นจักรยานปราศจากการใช้เชื้อเพลิง  การเคี้ยวอาหารเช้าและอาหารกลางวันที่เหมาะสมเพียงครึ่งเดียว ก็พาคุณไปได้ไกลกว่า 140กม.( 87ไมล์ ) ต่อวันโดยไม่ใช้ไฟฟ้า, น้ำมัน, ก๊าซ, ไฮโดรเจนหรือแบตเตอรี่  และคุณสามารถปั่นไปพร้อมๆกันได้4-6คนโดยใช้พื้นที่เท่ากับรถยนต์คันเดียว</p>
<p>รถยนต์เป็นยานพาหนะในการเดินทางที่ไม่ได้คำนึงถึงสภาพแวดล้อมไม่เป็นมิตรกับผู้คน ทุกๆปีบนท้องถนนมีคนตาย 250,00คนและบาดเจ็บ 10,000,000คน ( เมืองลอสแอนเจอลิสประมาณมากกว่า 40%ของพื้นที่ให้ไปกับรถยนต์ รวมทั้งการใช้พลังงานอย่างมหาศาลด้วย )</p>
<p>ในการทำจักรยานใช้เหล็ก 7กก. เทียบกับ 816กก.สำหรับรถยนต์ ใช้เพียงแค่ 0.8% หรือได้รถจักรยาน 116คันต่อรถยนต์ 1คัน และยังมีของเสียในกระบวนการผลิตอีก แค่ในยุโรป ยางรถยนต์250ล้านเส้นถูกทิ้งทุกปี และใช้น้ำมัน 1,400ล้านลิตรในกระบวนการผลิตนี้</p>
<p>ในประเทศกำลังพัฒนาจักรยานขนส่งผู้คนจำนวนมหาศาล โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อย และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  นี่คือแหล่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพ<br />
ถ้าเราแปลงกระบวนการการจัดการทรัพยากร เพื่อการผลิตและบริการ รวมถึงการเดินทางโดยจักรยาน1คัน เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบทางนิเวศน์( Ecological Footprint )เทียบเท่ากับการใช้พื้นที่ 122ตร.ม. ขณะที่รถยนต์เดินทางเท่ากัน ใช้พื้นที่ถึง 1,442 ตร.ม. ต่างกันถึง10เท่า และหากเรานำจักรยานมาใช้แทนรถยนต์สำหรับการเดินทางทั้งหมด เท่ากับการปลูกต้นไม้ 170ต้น นั้นเพราะว่ามาตราฐานรถครอบครัว สร้างมลภาวะ ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซค์ มากกว่าจักรยานถึง 24เท่า อ่านเพิ่มเติมได้จากเอกสาร &#8220;จักรยาน : ภาหนะสำหรับโลกใบเล็ก&#8221; สถาบัน The Worldwatch Institute (Worldwatch Paper #90: The Bicycle: Vehicle for a Small Planet <a href="http://www.worldwatch.org/node/900">http://www.worldwatch.org/node/900</a> )</p>
<p><span style="color:#999999;">หมายเหตุ : Ecological Footprint  หมายถึง การคำนวณความต้องการของมนุษย์จากระบบนิเวศน์  เป็นการเปรียบเทียบความต้องการของมนุษย์กับความสามารถของระบบนิเวศน์ในการสร้างใหม่   Ecological Footprint จะแสดงปริมาณผืนดินและผืนน้ำซึ่งเป็นแหล่งผลิตทางชีวภาพที่จำเป็นต่อการสร้างทรัพยากรที่ประชากรมนุษย์บริโภคขึ้นมาใหม่ ตลอดจนพื้นที่รองรับของเสียอันเนื่องมาจากการบริโภคนั้น<br />
</span></p>
<p><span style="color:#999999;"> อ้างอิง<br />
<a href="http://www.treehugger.com/files/2004/11/ecotip_2_bicycl.php">http://www.treehugger.com/files/2004/11/ecotip_2_bicycl.php</a></span></p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bicycleculture.wordpress.com/19/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bicycleculture.wordpress.com/19/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bicycleculture.wordpress.com/19/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bicycleculture.wordpress.com/19/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bicycleculture.wordpress.com/19/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bicycleculture.wordpress.com/19/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bicycleculture.wordpress.com/19/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bicycleculture.wordpress.com/19/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bicycleculture.wordpress.com/19/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bicycleculture.wordpress.com/19/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bicycleculture.wordpress.com/19/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bicycleculture.wordpress.com/19/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bicycleculture.wordpress.com/19/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bicycleculture.wordpress.com/19/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=19&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%b3%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b9%83-2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/4ec704343f2b6c94cfaf5e21dcf02b8b?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">bicycleculture</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://bicycleculture.files.wordpress.com/2009/01/bike-illo1.jpg" medium="image">
			<media:title type="html">bike-illo1</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>Hello world!</title>
		<link>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/hello-world/</link>
		<comments>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/hello-world/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Jan 2009 05:38:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bicycleculture</dc:creator>
				<category><![CDATA[All]]></category>

		<guid isPermaLink="false"></guid>
		<description><![CDATA[Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=1&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Welcome to <a href="http://wordpress.com/">WordPress.com</a>. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!</p>
<br />  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/bicycleculture.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/bicycleculture.wordpress.com/1/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/bicycleculture.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/bicycleculture.wordpress.com/1/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gofacebook/bicycleculture.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/facebook/bicycleculture.wordpress.com/1/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gotwitter/bicycleculture.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/twitter/bicycleculture.wordpress.com/1/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/bicycleculture.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/bicycleculture.wordpress.com/1/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/bicycleculture.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/bicycleculture.wordpress.com/1/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/bicycleculture.wordpress.com/1/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/bicycleculture.wordpress.com/1/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=bicycleculture.wordpress.com&amp;blog=6066568&amp;post=1&amp;subd=bicycleculture&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://bicycleculture.wordpress.com/2009/01/06/hello-world/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://0.gravatar.com/avatar/4ec704343f2b6c94cfaf5e21dcf02b8b?s=96&#38;d=identicon" medium="image">
			<media:title type="html">bicycleculture</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
